ถ้าไทยไม่ปรับตัว ระบบขนส่งจะถอยหลังหรือไม่?
News 16 February 2026 Tar

ถ้าไทยไม่ปรับตัว ระบบขนส่งจะถอยหลังหรือไม่?


ถ้าไทยไม่ปรับตัว ระบบขนส่งจะถอยหลังหรือไม่?

คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเชิงการเมือง
แต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ

เพราะระบบขนส่งไม่ใช่แค่เรื่องรถ เรือ หรือท่าเรือ
แต่มันคือ “โครงสร้างพื้นฐานของความสามารถแข่งขันประเทศ”

ถ้าโลกกำลังเร่งสปีด
แต่ไทยวิ่งเท่าเดิม
คำตอบไม่ใช่ว่าเราหยุดอยู่กับที่

แต่คือเรากำลังถอยหลังในสายตาตลาดโลก



เมื่อประเทศเพื่อนบ้านวิ่งเร็วกว่า

ประเทศในอาเซียนหลายแห่งเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

  • Vietnam เร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม

  • Malaysia ยกระดับระบบดิจิทัลศุลกากร

  • Singapore ขยายศักยภาพท่าเรืออัจฉริยะและระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ถ้าไทยไม่พัฒนาในจังหวะเดียวกัน
ผู้ส่งออกต่างชาติจะเริ่มมองหาฐานกระจายสินค้าใหม่

ระบบโลจิสติกส์ไม่จำเป็นต้องล้ม
แต่จะค่อย ๆ เสีย “ความน่าสนใจ”

และการเสียความน่าสนใจในโลกการค้า
หมายถึงการสูญเสียโอกาสระยะยาว



ต้นทุนจะค่อย ๆ แพงขึ้นแบบเงียบ ๆ

ถ้าโครงสร้างพื้นฐานไม่ถูกยกระดับ
คอขวดจะเกิดซ้ำ ๆ

ท่าเรือแออัด
ขั้นตอนเอกสารซ้ำซ้อน
ระบบดิจิทัลไม่เชื่อมต่อกัน

ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นแบบหวือหวา
แต่มันสะสม

ผู้ส่งออกไทยอาจไม่รู้สึกในปีแรก
แต่ในอีก 3–5 ปี
ต้นทุนรวมต่อหน่วยอาจสูงกว่าคู่แข่งโดยไม่รู้ตัว



นักลงทุนต่างชาติจะลังเล

นักลงทุนไม่ได้มองแค่ค่าแรง
แต่ดู “ความคล่องตัวของระบบ”

ถ้าการเคลียร์สินค้าช้า
ถ้าขนส่งภายในประเทศใช้เวลานาน
ถ้าไม่มีระบบติดตามที่โปร่งใส

การตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่อาจย้ายไปประเทศอื่นแทน

ระบบขนส่งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ให้บริการโลจิสติกส์
แต่เป็นตัวแปรสำคัญของ FDI ทั้งระบบ



การไม่ปรับตัว = การเสียศูนย์กลางภูมิภาค

ไทยเคยถูกมองว่าเป็น Hub ของภูมิภาค CLMV

แต่ Hub ไม่ได้เกิดจากภูมิศาสตร์อย่างเดียว
เกิดจากประสิทธิภาพ

ถ้าประสิทธิภาพลดลง
บทบาทศูนย์กลางจะถูกแชร์ออกไป

เส้นทางเดินเรืออาจเปลี่ยน
เส้นทางรถไฟอาจเปลี่ยน
สายการบินขนส่งอาจเปลี่ยนจุดกระจายสินค้า

การถอยหลังจึงไม่ใช่ภาพ dramatic
แต่มาในรูปแบบ “บทบาทลดลง”



แล้วทางรอดคืออะไร

การปรับตัวไม่ได้หมายถึงแค่สร้างถนนเพิ่ม
แต่รวมถึง

  • การเชื่อมระบบศุลกากรแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ

  • การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน

  • การเปิดให้เอกชนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

  • การผลักดันระบบติดตามแบบ Real-time

  • การสร้างความร่วมมือภูมิภาคให้แน่นแฟ้น

ภาคเอกชนเองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน

องค์กรที่เข้าใจภูมิภาคและมีเครือข่ายหลายประเทศ
เช่น CTM Manage Intertrade
กำลังทำงานในลักษณะ Cross-border มากขึ้น
เพื่อไม่ผูกความเสี่ยงไว้กับเส้นทางเดียวหรือประเทศเดียว

เพราะในโลกปัจจุบัน
การมีหลายทางเลือกสำคัญกว่าการมีต้นทุนต่ำที่สุด


สรุปแบบตรงไปตรงมา

ถ้าไทยไม่ปรับตัว
ระบบขนส่งจะไม่ล่มในทันที

แต่จะค่อย ๆ สูญเสียความสามารถแข่งขัน
สูญเสียความเชื่อมั่น
และสูญเสียสถานะศูนย์กลาง

การถอยหลังในยุคนี้
ไม่ใช่การเดินย้อนกลับ

แต่คือการยืนนิ่ง
ในวันที่คนอื่นกำลังวิ่ง

และในเกมการค้าระหว่างประเทศ
ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่าง

แต่ความช้าคือความเสี่ยงแน่นอน 🚢

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...