5 ขั้นตอนบุกตลาดเวียดนามสำหรับแบรนด์ไทย

5 ขั้นตอนบุกตลาดเวียดนามสำหรับแบรนด์ไทย
หลายแบรนด์ไทยมองว่า
“เวียดนามใกล้ ไทยคุ้นเคย วัฒนธรรมคล้ายกัน น่าจะขายง่าย”
ความจริงคือ
ง่ายกว่าตะวันตก… แต่ไม่ง่ายแบบที่คิด
Vietnam
คือหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน
ชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นทุกปี
คนรุ่นใหม่เปิดรับแบรนด์ต่างชาติสูง
แต่การแข่งขันก็แรงมากเช่นกัน
นี่คือ 5 ขั้นตอนที่ต้องทำแบบเป็นระบบ

STEP 1: วิเคราะห์ตลาดให้ลึกกว่า “คนเยอะ”
อย่าดูแค่จำนวนประชากร 100 ล้านคน
ให้ดู 4 เรื่องนี้:
1) เมืองเป้าหมาย
ตลาดหลักอยู่ที่
-
Ho Chi Minh City
-
Hanoi
สองเมืองนี้กำลังซื้อสูง
พฤติกรรมผู้บริโภคทันสมัย
อย่าเริ่มจากทั้งประเทศ
เริ่มจาก “เมืองเดียวให้ชนะก่อน”
2) ระดับราคา
ผู้บริโภคเวียดนามแบ่งชัดเจน:
-
กลุ่มราคาประหยัด (แข่งขันสูงมาก)
-
กลุ่มกลาง–พรีเมียม (กำลังโตเร็ว)
แบรนด์ไทยส่วนใหญ่เหมาะกับ “กลาง–พรีเมียม”
ถ้าลงไปแข่งราคาต่ำสุด จะเหนื่อยมาก
3) คู่แข่งตรง
อย่าคิดว่าคู่แข่งคือแบรนด์เวียดนามเท่านั้น
ต้องดูคู่แข่งจาก
-
South Korea
-
Japan
-
China
สินค้าเกาหลีและญี่ปุ่นได้รับความนิยมสูงมากในเวียดนาม

STEP 2: เลือกโมเดลเข้าให้ถูก
คุณมี 3 ทางหลัก
ทางที่ 1: หา Distributor ท้องถิ่น
เหมาะกับสินค้า FMCG หรืออาหาร
ข้อดี:
-
เขารู้ช่องทางขาย
-
เขามีทีมเซลส์
-
เขารู้กฎหมายท้องถิ่น
ข้อควรระวัง:
-
อย่าให้สิทธิ์ Exclusivity ง่ายเกินไป
-
กำหนดเป้ายอดขายชัดเจน
ทางที่ 2: ตั้งบริษัทเองในเวียดนาม
เหมาะกับแบรนด์ที่จริงจังระยะยาว
ข้อดี:
-
ควบคุมแบรนด์ได้เต็มที่
-
กำไรระยะยาวสูงกว่า
ข้อเสีย:
-
ใช้เงินลงทุนสูง
-
ต้องเข้าใจกฎหมายธุรกิจเวียดนาม
ทางที่ 3: เริ่มจากออนไลน์ก่อน
เวียดนามเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซโตเร็วมาก
แพลตฟอร์มหลักคือ
-
Shopee
-
Lazada
-
TikTok (TikTok Shop โตเร็วมาก)
หลายแบรนด์ไทยเริ่มจากออนไลน์
ทดสอบตลาด
ก่อนขยายออฟไลน์

STEP 3: จัดการเรื่องกฎหมายและการนำเข้า
เรื่องที่ห้ามพลาด:
-
การจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ (โดยเฉพาะอาหาร/เครื่องสำอาง)
-
ฉลากภาษาเวียดนาม
-
มาตรฐานความปลอดภัย
ควรใช้ที่ปรึกษาท้องถิ่นหรือ Distributor ที่มีประสบการณ์
อย่าประเมินขั้นตอนต่ำเกินไป

STEP 4: ทำการตลาดให้ “เหมือนท้องถิ่น”
แบรนด์ไทยที่ล้มเหลวในเวียดนาม
มักใช้วิธี “แปลภาษาแล้วจบ”
แต่ผู้บริโภคเวียดนามให้ความสำคัญกับ:
-
KOL ท้องถิ่น
-
รีวิวออนไลน์
-
โซเชียลมีเดีย
-
โปรโมชั่น Flash Sale
Facebook และ TikTok มีอิทธิพลสูงมาก
อย่าใช้ภาพลักษณ์แบบไทย 100%
ปรับให้เข้ากับรสนิยมเวียดนาม

STEP 5: บริหารโลจิสติกส์และสต๊อกให้ดี
อย่าคิดว่าใกล้ไทยแล้วง่าย
การขนส่งอาจใช้ทั้งทางบกและทางเรือ
ต้องคำนวณ:
-
ภาษีนำเข้า
-
ระยะเวลาขนส่ง
-
สต๊อกขั้นต่ำในคลังเวียดนาม
การขาดของในช่วงโปรโมชัน
อาจทำให้เสียโอกาสมหาศาล
ท่าเรือหลักที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า เช่น
Cat Lai Port
ควรวางแผนเส้นทางให้ชัดตั้งแต่ต้น
สรุป: สูตรบุกเวียดนามให้รอด
1️⃣ เลือกเมืองก่อนประเทศ
2️⃣ วางตำแหน่งราคาให้ชัด
3️⃣ เลือกโมเดลเข้าให้เหมาะกับทุน
4️⃣ ทำการตลาดแบบท้องถิ่นจริง ๆ
5️⃣ วางระบบนำเข้า–สต๊อกให้แม่น
ตลาดเวียดนามไม่ใช่แค่ “ตลาดใกล้บ้าน”
แต่คือสนามแข่งขันจริงจัง
ถ้าทำถูกจังหวะ
เวียดนามอาจกลายเป็นก้าวแรกของแบรนด์ไทยสู่ภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด 🌏🚀