จากโรงงานเล็กในไทย สู่ชั้นวางต่างประเทศ

จากโรงงานเล็กในไทย สู่ชั้นวางต่างประเทศ
โดยไม่ต้องเปิดสาขาสักแห่ง
ปี 2024 มีแบรนด์อาหารแปรรูปไทยรายหนึ่ง (ขอเรียกว่า “แบรนด์ A”)
ยอดขายในประเทศดี
มีฐานลูกค้าประจำ
แต่เจ้าของเริ่มคิดว่า
“ถ้าไม่ออกไปต่างประเทศ ตอนนี้ จะรอถึงเมื่อไหร่?”
ปัญหาคือ…
ไม่มีคอนเนคชัน
ไม่รู้จักผู้นำเข้า
ไม่เคยส่งออกเองเลย
และไม่อยากเปิดบริษัทต่างประเทศ เพราะทุนยังไม่ถึง
นี่คือเส้นทางที่เขาเลือก

ขั้นที่ 1: เริ่มจาก Distributor ไม่ใช่เปิดสาขา
แทนที่จะบินไปตั้งบริษัทที่เวียดนามหรือสิงคโปร์
แบรนด์ A เริ่มจากการหาผู้นำเข้า
ติดต่อผ่านฐานข้อมูลของ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ส่งแคตตาล็อก
ส่งตัวอย่างสินค้า
ประชุมออนไลน์หลายรอบ
สุดท้ายได้ Distributor ในเวียดนาม 1 ราย
เริ่มจากออเดอร์ทดลอง 1 ตู้คอนเทนเนอร์
แต่ปัญหาจริงเพิ่งเริ่ม

ขั้นที่ 2: ต้นทุนที่คำนวณผิด
เจ้าของแบรนด์เคยคิดว่า
“ต้นทุนโรงงาน + กำไร = ราคาขายส่งออก”
แต่พอคำนวณจริงกลับพบว่า
-
ค่าขนส่งทางเรือ
-
ค่าธรรมเนียมท่าเรือ
-
ค่าเอกสาร
-
ประกันภัย
-
ภาษีปลายทาง
ถ้าคิดไม่ครบ อาจกำไรหายทั้งล็อต
ตรงนี้เองที่บริษัทอย่าง
CTM Manage Intertrade
เข้ามาช่วยวางโครงสร้างใหม่ทั้งหมด
-
คำนวณต้นทุนแบบ Real Cost
-
แนะนำเงื่อนไข FOB ที่เหมาะสม
-
ประสานสายเรือ
-
ตรวจเอกสารก่อนส่ง
ผลคือ Distributor มั่นใจ
เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่มีความเสี่ยงแอบแฝง

ขั้นที่ 3: ลอง Cross-border เพิ่ม
หลังจากล็อตแรกขายได้ดี
แบรนด์ A ไม่หยุดแค่ Distributor
เขาลองเปิดร้านใน
Shopee เวียดนาม
ควบคู่กับการส่งสต๊อกผ่านพาร์ทเนอร์
โมเดลนี้ทำให้
-
ได้ข้อมูลลูกค้าตรง
-
ทดลองสินค้าใหม่
-
สร้างแบรนด์เอง ไม่พึ่งแต่ Distributor
การจัดการขนส่งแบบล็อตเล็ก–ล็อตใหญ่ผสมกัน
ต้องมีทีมที่เข้าใจโลจิสติกส์หลายรูปแบบ
CTM เข้ามาช่วยบริหารเส้นทางขนส่งให้คงที่
ทำให้แบรนด์โฟกัสที่การตลาดเต็มที่
ผลลัพธ์หลัง 12 เดือน
-
ไม่ได้เปิดสาขาต่างประเทศ
-
ไม่มีทีมต่างชาติประจำ
-
ไม่มีออฟฟิศใหม่
แต่ยอดขายต่างประเทศคิดเป็น 28% ของรายได้รวม
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ขนาดบริษัท
แต่คือ “วิธีคิด”
จากผู้ผลิตในประเทศ
กลายเป็นผู้เล่นในตลาดภูมิภาค
บทเรียนจากเคสนี้
1️⃣ ไม่ต้องเปิดสาขาเพื่อเริ่มส่งออก
2️⃣ Distributor คือสะพานแรกที่ปลอดภัย
3️⃣ ออนไลน์ช่วยเสริมการเติบโต
4️⃣ ต้นทุนต้องคำนวณแบบมืออาชีพ
5️⃣ โลจิสติกส์ที่เสถียร = ความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ในโลกปี 2026
แบรนด์ที่โตเร็ว
ไม่ใช่แบรนด์ที่มีสาขามากที่สุด
แต่คือแบรนด์ที่มี
“ระบบหลังบ้านแข็งแรง”
และนั่นคือเหตุผลที่หลายธุรกิจ
เลือกมีพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ตั้งแต่วันแรก 🌍📦🚀