5 วิธีลดปัญหาพัสดุเสียหายสำหรับร้านค้าออนไลน์
News 18 February 2026 Tar

5 วิธีลดปัญหาพัสดุเสียหายสำหรับร้านค้าออนไลน์


5 วิธีลดปัญหาพัสดุเสียหายสำหรับร้านค้าออนไลน์

ในโลกที่การขายบนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada กลายเป็นเรื่องปกติ

“พัสดุเสียหาย” คือหนึ่งในต้นทุนแฝงที่หลายร้านมองข้าม

ของแตก
กล่องบุบ
สินค้าเปียก
ลูกค้าขอคืนเงิน
รีวิว 1 ดาว

กำไรหายทันที

บทความนี้สรุป 5 วิธีที่ร้านค้าออนไลน์ใช้จริงเพื่อลดความเสียหายระหว่างขนส่งแบบเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ห่อให้แน่นขึ้น



1️⃣ เลือกบรรจุภัณฑ์ให้ “เหมาะกับสินค้า” ไม่ใช่แค่ราคาถูก

หลายร้านเลือกกล่องตามขนาดที่ “พอใส่ได้”
แต่ไม่ได้คิดถึงแรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างขนส่ง

สิ่งที่ควรทำ:

  • เลือกกล่องที่หนาพอ (อย่างน้อยลูกฟูก 3 ชั้นสำหรับสินค้าทั่วไป)

  • ถ้าเป็นของแตกง่าย ใช้กล่อง 5 ชั้น

  • ขนาดกล่องต้องไม่ใหญ่เกินไป (ช่องว่างมาก = กระแทกแรง)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ใช้ซองพลาสติกกับสินค้าที่มีมุมแข็ง → แตกแน่นอน



2️⃣ เติมวัสดุกันกระแทกให้ “เต็มช่องว่าง”

สินค้าจะเสียหายเมื่อ “ขยับตัว” ภายในกล่อง

ดังนั้นเป้าหมายคือ
ทำให้ของข้างในไม่เคลื่อน

วัสดุที่นิยมใช้:

  • บับเบิล

  • โฟม

  • กระดาษย่น

  • Air cushion

เทคนิคง่าย ๆ:

  • ห่อสินค้าอย่างน้อย 2–3 ชั้น

  • เขย่ากล่องก่อนปิด ถ้ามีเสียงขยับ = ยังไม่แน่นพอ



3️⃣ ซีลและปิดกล่องให้แน่นกว่าปกติ

หลายเคสไม่ได้แตก
แต่ “กล่องเปิด” ระหว่างทาง

สิ่งที่ควรทำ:

  • ใช้เทปกว้างอย่างน้อย 2 นิ้ว

  • ปิดแบบ H-seal (เทปแนวยาว + ขวาง)

  • สินค้าน้ำหรือของเหลว ควรซีลสองชั้น

อย่าคิดว่าเทปเส้นเดียวพอ
ในระบบขนส่ง กล่องถูกโยนมากกว่าที่คิด



4️⃣ เลือกขนส่งที่เหมาะกับประเภทสินค้า

ไม่ใช่ทุกบริษัทเหมาะกับทุกสินค้า

ตัวอย่างเช่น:

  • ของเปราะบาง → ควรเลือกบริการที่มีประกัน

  • สินค้าราคาสูง → ควรเลือกขนส่งที่มีระบบ Tracking ชัดเจน

  • ส่งต่างประเทศ → ต้องเข้าใจพิธีการศุลกากร

ในกรณีที่ร้านเริ่มส่งออกไปต่างประเทศ เช่น Vietnam

ความเสียหายอาจไม่ได้เกิดแค่จากการกระแทก
แต่เกิดจาก:

  • อุณหภูมิ

  • ความชื้น

  • การตรวจเปิดกล่อง

บริษัทอย่าง CTM Manage Intertrade มักช่วยวางแผนเรื่องแพ็กกิ้งและรูปแบบการขนส่งให้เหมาะกับปลายทาง เพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง



5️⃣ ทำมาตรฐานแพ็กสินค้า (Packing SOP)

ร้านที่โตจริงจะไม่แพ็ก “ตามความเคยชิน”
แต่มีขั้นตอนชัดเจน

ตัวอย่าง SOP ง่าย ๆ:

  1. ตรวจสภาพสินค้า

  2. ห่อกันกระแทกตามประเภท

  3. ใส่กล่องขนาดพอดี

  4. เติมช่องว่าง

  5. ปิดกล่องแบบ H-seal

  6. ถ่ายรูปก่อนส่งทุกครั้ง

ทำไมต้องถ่ายรูป?

  • ใช้เป็นหลักฐานกรณีเคลม

  • ลดปัญหาลูกค้าอ้างว่าเสียหายก่อนส่ง

  • ปรับปรุงคุณภาพแพ็กได้



สิ่งที่หลายร้านมองข้าม

❌ ไม่ติดสติ๊กเกอร์ “ของแตกง่าย”

แม้ไม่ช่วย 100%
แต่ช่วยลดความรุนแรงในการจัดการ


❌ ไม่คิดถึงการเรียงซ้อนในรถขนส่ง

ถ้ากล่องยุบง่าย
เมื่อถูกวางทับ
ของข้างในจะเสียหายทันที


❌ ไม่เผื่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์

ร้านจำนวนมากพยายามประหยัด 2–3 บาทต่อกล่อง
แต่ต้องคืนเงินหลักร้อยเมื่อของเสียหาย

ต้นทุนแพ็กที่ดี
ถูกกว่าการคืนสินค้าเสมอ



คำนวณให้เห็นภาพจริง

สมมติร้านขายสินค้า 1,000 ชิ้น / เดือน
อัตราเสียหาย 3% = 30 ชิ้น

ถ้าต้นทุนชิ้นละ 200 บาท
เท่ากับเสีย 6,000 บาทต่อเดือน

ถ้าปรับแพ็กกิ้งเพิ่มต้นทุน 5 บาทต่อกล่อง
1,000 กล่อง = 5,000 บาท

แต่ลดความเสียหายเหลือ 1%
เหลือเสีย 2,000 บาท

รวมต้นทุนใหม่ = 7,000 บาท
แต่รักษารีวิวและลูกค้าได้

ในระยะยาวคุ้มกว่า



สรุปแบบตรงไปตรงมา

ปัญหาพัสดุเสียหายไม่ได้แก้ด้วย “ดวง”
แต่แก้ด้วยระบบ

5 วิธีหลักคือ:

  1. เลือกกล่องให้เหมาะ

  2. เติมกันกระแทกให้แน่น

  3. ซีลให้มาตรฐาน

  4. เลือกขนส่งให้ตรงประเภทสินค้า

  5. ทำ SOP และถ่ายรูปหลักฐาน

ร้านออนไลน์ที่จริงจังกับการแพ็ก
จะลดทั้งต้นทุนแฝง
ลดรีวิวลบ
และรักษากำไรได้ยาว

เพราะในยุคที่การแข่งขันสูง
รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง “กล่องพัสดุ”
อาจเป็นตัวตัดสินว่า
ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่ 📦🚚

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...