ทำไมนำเข้าสินค้าราคาถูก แต่ขายไม่มีกำไร
News 09 February 2026 Tar

ทำไมนำเข้าสินค้าราคาถูก แต่ขายไม่มีกำไร

ทำไมนำเข้าสินค้าราคาถูก แต่ขายไม่มีกำไร

กับดักที่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากติดโดยไม่รู้ตัว

หลายคนเริ่มต้นธุรกิจนำเข้า ด้วยความเชื่อที่ฟังดูสมเหตุสมผลมากว่า
“ถ้าซื้อของได้ถูก กำไรก็น่าจะเยอะ”

ยิ่งไปกว่านั้น พอเห็นราคาสินค้าจากจีน หรือบางประเทศในอาเซียน ที่ถูกกว่าตลาดไทยหลายเท่า ก็ยิ่งมั่นใจว่า
“รอบนี้ยังไงก็รวย”

แต่พอขายจริง กลับพบความจริงที่เจ็บกว่าเดิมคือ
ขายได้… แต่กำไรแทบไม่เหลือ
บางรายถึงขั้น ขายดี แต่เงินไม่เพิ่ม

คำถามคือ
มันพลาดตรงไหน ทั้งที่ต้นทุนสินค้าก็ถูกแล้ว?


ราคาสินค้าถูก ≠ ต้นทุนจริงถูก

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งของคนทำธุรกิจนำเข้า คือ
การมอง “ราคาสินค้า” เป็น “ต้นทุนทั้งหมด”

ในความเป็นจริง ต้นทุนของการนำเข้าไม่ได้จบแค่ราคาหน้าโรงงาน
แต่มันคือ ต้นทุนรวมทั้งหมดก่อนสินค้าจะถึงมือลูกค้า

และต้นทุนแฝงเหล่านี้แหละ ที่ค่อยๆ กินกำไรคุณไปแบบไม่รู้ตัว



1. ค่าขนส่งที่คิดว่าถูก แต่จริงๆ แพงกว่าที่คาด

หลายคนเลือกสินค้าราคาถูกมาก แต่เป็นสินค้าที่

  • น้ำหนักเยอะ

  • กินพื้นที่

  • แพ็กไม่แน่น

  • หรือไม่เหมาะกับการขนส่งแบบแชร์ตู้

ผลคือ
ค่าขนส่งต่อต่อหน่วยสูงกว่าที่คิด
พอเฉลี่ยต้นทุนออกมา สินค้าถูกก็จริง แต่ ต้นทุนรวมกลับไม่ถูกเลย

บางกรณี

  • ค่าขนส่งแพงกว่าราคาสินค้า

  • หรือพอเร่งของ ค่าขนส่งกระโดดทันที



2. ไม่ได้คำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนตั้งราคาขาย

ปัญหานี้เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะ SME

หลายธุรกิจตั้งราคาขายจากสูตรง่ายๆ คือ

ราคาสินค้า + กำไรที่อยากได้

แต่ลืมคิดต้นทุนสำคัญ เช่น

  • ค่าภาษีอากร

  • ค่าพิธีการศุลกากร

  • ค่าขนส่งภายในประเทศ

  • ค่าแพ็กสินค้าใหม่

  • ค่าเสียหาย / ของเคลม

  • ค่าเก็บสต๊อก

  • ค่าโฆษณา

  • ค่าแพลตฟอร์ม

สุดท้ายขายได้จริง แต่พอหักทุกอย่างออก
กำไรหายไปเกือบหมด



3. สินค้าราคาถูก แต่แข่งขันด้วย “ราคา” อย่างเดียว

นี่คือกับดักที่อันตรายที่สุด

เมื่อคุณเลือกสินค้าด้วยเหตุผลว่า “มันถูก”
โอกาสสูงมากที่

  • คนอื่นก็หาได้

  • คู่แข่งก็ขาย

  • ตลาดเต็มไปด้วยสินค้าคล้ายกัน

ผลคือการแข่งขันตัดราคา
จากกำไรนิดหน่อย → เหลือบาง → เหลือศูนย์

สุดท้ายกลายเป็น
ขายเพื่อหมุนเงิน ไม่ใช่ขายเพื่อทำกำไร



4. สินค้าคุณภาพต่ำ ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้น

สินค้าราคาถูกจำนวนไม่น้อย มาพร้อมกับปัญหา เช่น

  • ของเสีย

  • ของไม่ตรงสเปก

  • ลูกค้าคืนสินค้า

  • รีวิวแย่

  • แบรนด์เสียความน่าเชื่อถือ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาคุณภาพ
แต่คือ ต้นทุนแฝงระยะยาว ที่หนักมาก

บางครั้งต้นทุนจากการแก้ปัญหา
แพงกว่าการเลือกสินค้าที่แพงขึ้นตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ



5. เลือกตลาดผิด สินค้าถูกแต่ “ไม่ตรงกลุ่มลูกค้า”

อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ
ลูกค้าคุณไม่ได้ซื้อเพราะถูกเสมอไป

ถ้ากลุ่มเป้าหมายคุณต้องการ

  • ความมั่นใจ

  • คุณภาพ

  • บริการ

  • ความต่อเนื่องของสินค้า

แต่คุณไปเลือกสินค้าที่ถูกที่สุด
สุดท้ายลูกค้าไม่ซื้อ หรือซื้อครั้งเดียวแล้วหาย



6. บริหารสต๊อกพลาด ของถูกแต่เงินจม

สินค้าราคาถูกมักถูกสั่งมาเยอะ
เพราะคิดว่า “ยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม”

แต่ถ้า

  • ขายไม่ทัน

  • สต๊อกค้าง

  • เทรนด์เปลี่ยน

  • เงินจมในคลัง

ต้นทุนทางการเงินจะเริ่มกัดกินกำไรทันที
แม้สินค้านั้นจะ “ราคาถูกมาก” ก็ตาม


แล้วควรทำยังไง ถึงจะ “ขายมีกำไรจริง”

สรุปเป็นหลักคิดแบบใช้งานได้จริง 👇

✔ มองต้นทุนรวม ไม่ใช่แค่ราคาสินค้า

✔ เลือกสินค้าที่เหมาะกับการขนส่ง ไม่ใช่แค่ถูก

✔ ตั้งราคาจากโครงสร้างต้นทุนจริง

✔ เลิกแข่งด้วยราคาอย่างเดียว

✔ เลือกสินค้าที่เพิ่มมูลค่าได้

✔ บริหารสต๊อกและเงินสดให้สมดุล



CTM Manage Intertrade ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ยังไง

CTM Manage Intertrade ไม่ได้ช่วยแค่นำเข้าสินค้า
แต่ช่วยคิด “ภาพรวมธุรกิจ” ตั้งแต่ต้นทางถึงหน้าร้าน เช่น

  • วิเคราะห์ว่าสินค้าแบบไหน ขนส่งแล้วคุ้มจริง

  • แนะนำเส้นทางขนส่งที่เหมาะกับต้นทุน

  • ช่วยคำนวณต้นทุนรวมก่อนตัดสินใจนำเข้า

  • เสนอทางเลือกนอกเหนือจากจีน

  • ช่วยวางแผนให้ธุรกิจไม่ติดกับดักราคาถูก

เพราะการนำเข้าที่ดี
ไม่ใช่การซื้อของถูกที่สุด
แต่คือการนำเข้าที่ ขายแล้วเหลือกำไรจริง


สรุป: ของถูกไม่ผิด แต่ต้องถูก “ในระบบที่ใช่”

การนำเข้าสินค้าราคาถูกไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ถ้าคุณมองแค่ราคาสินค้า โดยไม่มองต้นทุนทั้งหมด
กำไรจะหายไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ธุรกิจที่อยู่รอด ไม่ใช่ธุรกิจที่ซื้อของถูกที่สุด
แต่คือธุรกิจที่ คุมต้นทุนได้ทั้งระบบ และขายได้ในราคาที่เหมาะสม

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...