สินค้าถูกยึดที่ด่าน เกิดจากความผิดพลาดอะไรบ้าง
สินค้าถูกยึดที่ด่าน เกิดจากความผิดพลาดอะไรบ้าง
เรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เกิดขึ้นจริงกับคนนำเข้าเยอะกว่าที่คิด
สำหรับคนทำธุรกิจนำเข้า ไม่มีอะไรทำให้หัวใจร่วงได้เร็วเท่า
ของมาถึงแล้ว แต่โดนยึดที่ด่าน
บางรายของค้างหลายอาทิตย์
บางรายโดนปรับ
บางรายหนักสุดคือ ของถูกยึดและไม่ได้คืน
และสิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือ
หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวเองพลาดตรงไหน
บทความนี้จะพาไล่ทีละจุดว่า
สินค้าถูกยึดที่ด่านเกิดจากความผิดพลาดอะไรได้บ้าง
และควรป้องกันยังไงตั้งแต่ต้น
ของถูกยึดที่ด่าน ไม่ได้แปลว่าทำผิดกฎหมายเสมอไป
ก่อนอื่นต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก่อน
สินค้าถูกยึด ≠ สินค้าผิดกฎหมายเสมอ
ของจำนวนมากถูกยึดเพราะ
-
เอกสารไม่ครบ
-
ข้อมูลไม่ตรง
-
แจ้งผิด
-
หรือไม่เข้าใจข้อกำหนด
ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก “ความไม่รู้” มากกว่าเจตนา

ความผิดพลาดอันดับต้นๆ ที่ทำให้ของถูกยึด
1. แจ้งชนิดสินค้าไม่ตรงกับของจริง
ปัญหานี้เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่
-
ใช้ชื่อสินค้ากว้างๆ
-
แปลชื่อสินค้าผิด
-
ใช้ชื่อเดียวกับรอบก่อน ทั้งที่สเปกเปลี่ยน
เจ้าหน้าที่ด่านจะตรวจว่า
ชื่อสินค้า – พิกัด – ลักษณะจริง ตรงกันหรือไม่
ถ้าไม่ตรง
→ มีสิทธิ์โดนเรียกตรวจละเอียด
→ และอาจถูกยึดเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
2. ใช้พิกัดศุลกากร (HS Code) ผิด
หลายคนไม่รู้ว่า
HS Code ผิด = ความเสี่ยงสูงมาก
เพราะพิกัดเป็นตัวกำหนด
-
ภาษี
-
เงื่อนไขนำเข้า
-
เอกสารที่ต้องใช้
บางสินค้าใช้ HS Code ผิด
เลยไม่ยื่นเอกสารที่ควรมี
สุดท้ายของเลยถูกยึดไว้ก่อน
3. สินค้าต้องขออนุญาต แต่ไม่รู้ว่าต้องขอ
นี่คือกับดักของมือใหม่
เช่น
-
สินค้าที่เกี่ยวกับไฟฟ้า
-
เครื่องมือบางประเภท
-
สินค้าที่มีส่วนผสมพิเศษ
-
สินค้าที่เข้าข่ายควบคุม
ผู้นำเข้าหลายคนคิดว่า
“คนอื่นก็เอาเข้าได้ ทำไมเราจะไม่ได้”
แต่ความจริงคือ
กฎหมายดูเป็นล็อต ไม่ดูว่าคนอื่นเคยรอด
4. เอกสารไม่ครบ หรือข้อมูลไม่ตรงกัน
เอกสารที่มักมีปัญหา เช่น
-
Invoice
-
Packing List
-
ใบรับรองต่าง ๆ
-
เอกสารจากโรงงาน
แค่ตัวเลขน้ำหนักหรือจำนวนไม่ตรง
ก็เพียงพอให้ของถูกพักไว้ตรวจสอบแล้ว
5. ราคาสินค้าดูไม่สมเหตุสมผล
บางคนอยากประหยัดภาษี
เลยแจ้งราคาต่ำเกินจริง
ผลคือ
-
โดนเรียกตรวจ
-
โดนประเมินราคาย้อนหลัง
-
บางกรณีโดนยึดเพื่อตรวจสอบเชิงลึก
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ
ด่านมีฐานข้อมูลราคาอยู่แล้ว
6. สินค้าผิดจากที่แจ้ง แม้เพียงเล็กน้อย
เช่น
-
แจ้งว่าเป็นอะไหล่ แต่จริงเป็นเครื่องทั้งชุด
-
แจ้งว่าเป็นของใช้ทั่วไป แต่มีระบบไฟฟ้า
-
แจ้งว่าเป็นชิ้นส่วน แต่ประกอบเสร็จแล้ว
ความต่างเล็กๆ แบบนี้
อาจเปลี่ยนสถานะสินค้าทั้งหมดทันที

ทำไมบางคนโดนยึด แต่บางคนไม่โดน ทั้งที่ของคล้ายกัน
คำตอบตรงๆ คือ
เพราะการเตรียมงานไม่เท่ากัน
คนที่รอด มักจะ
-
แจ้งข้อมูลตรง
-
เอกสารครบ
-
เข้าใจข้อกำหนด
-
มีคนช่วยเช็กก่อนของออกจากต้นทาง
คนที่โดนยึด มักจะ
-
เดา
-
คิดเอาเอง
-
หรือใช้วิธีเดิมกับสินค้าที่เปลี่ยนไปแล้ว
CTM Manage Inter เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงตรงไหน
จากประสบการณ์ของ CTM Manage Inter ที่ดูแลงานนำเข้า–ส่งออกกับหลายประเทศ ทั้งจีน ไทย และประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ปัญหาของถูกยึดที่ด่านส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากเรื่องใหญ่ แต่เกิดจากรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่มีใครช่วยเช็ก
การทำงานของ CTM จึงไม่ได้เริ่มที่ปลายทาง
แต่เริ่มตั้งแต่
-
วิเคราะห์ประเภทสินค้า
-
ตรวจสอบพิกัด
-
เช็กเอกสารที่ต้องใช้
-
ประเมินความเสี่ยงก่อนส่ง
เพราะของที่ไม่ติดด่าน
คือของที่เตรียมมาถูกตั้งแต่แรก

ถ้าของโดนยึดไปแล้ว ควรทำยังไง
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ
-
เงียบ
-
รอ
-
หรือพยายามแก้เองแบบไม่มีข้อมูล
สิ่งที่ควรทำคือ
-
รวบรวมเอกสารทั้งหมด
-
ตรวจสอบว่าผิดตรงไหน
-
ให้คนที่เข้าใจกระบวนการช่วยประสานงาน
หลายเคสยังแก้ได้
ถ้ารู้จุดผิดจริงๆ
สรุปแบบคนทำงานจริง
สินค้าถูกยึดที่ด่าน
ไม่ใช่เรื่องดวง
แต่เป็นผลจากความผิดพลาดที่ป้องกันได้
การนำเข้าไม่ใช่แค่สั่งของแล้วรอรับ
แต่คือการบริหารรายละเอียดตั้งแต่ต้นทาง
และถ้าคุณไม่อยากเอาธุรกิจไปเสี่ยงกับการลองผิดลองถูก
การมีทีมที่เข้าใจระบบ และช่วยคิดแทนตั้งแต่แรก
จะช่วยลดต้นทุนความผิดพลาดได้มากกว่าที่คิด
CTM Manage Inter ทำงานในบทบาทนั้น
บทบาทของคนที่ช่วยให้ของคุณ “ผ่านด่าน”
ตั้งแต่ก่อนที่ของจะออกเดินทาง