นำเข้าสินค้าแล้วโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง เกิดจากอะไร?
News 10 February 2026 Tar

นำเข้าสินค้าแล้วโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง เกิดจากอะไร?

นำเข้าสินค้าแล้วโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง เกิดจากอะไร?

รู้ทันก่อนเจ็บจริง สำหรับคนทำธุรกิจนำเข้า

หนึ่งในปัญหาที่คนทำธุรกิจนำเข้าสินค้าเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะสาย นำเข้าสินค้าจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน คือ

“ตอนตกลงราคาคุยกันไว้ดีหมดแล้ว แต่พอของถึงด่าน ดันมีค่าใช้จ่ายโผล่มาเพิ่ม”

คำถามคือ…
เงินเพิ่มพวกนี้มาจากไหน? ใครผิด? ป้องกันยังไงได้บ้าง?
บทความนี้จะไล่ให้ฟังแบบชัดๆ ทีละจุด เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียค่าโง่อีกรอบ


ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่มักโผล่ตอนของถึงด่าน มีอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การนำเข้าสินค้าไม่ได้มีแค่ “ค่าสินค้า + ค่าขนส่ง” อย่างที่หลายคนคิด
ค่าใช้จ่ายที่มักโผล่มาทีหลัง ได้แก่

  • ค่าภาษีนำเข้าและ VAT ที่ประเมินสูงกว่าที่คาด

  • ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร

  • ค่าเก็บตู้ ค่าฝากของ ค่าดีเลย์ (Demurrage / Storage)

  • ค่าตรวจเอกสาร ค่าตรวจสินค้าเพิ่มเติม

  • ค่าแก้เอกสารย้อนหลัง

ปัญหาคือ… หลายคนไม่รู้ล่วงหน้า หรือไม่มีใครบอกให้ครบตั้งแต่แรก


สาเหตุหลักที่ทำให้โดนเรียกเก็บเงินเพิ่ม

1. ประเมินภาษีผิดตั้งแต่ต้น

สินค้าหลายประเภท ไม่ได้คิดภาษีตามราคาซื้อจริง
แต่ศุลกากรอาจอิง “ราคากลาง” หรือ “ราคาประเมิน”

ถ้าคุณแจ้งราคาต่ำเกินจริง
→ โดนเรียกปรับ + ประเมินใหม่
→ ค่าใช้จ่ายพุ่งทันที


2. พิกัดศุลกากร (HS Code) ไม่ตรง

HS Code คือหัวใจของภาษีนำเข้า
ถ้าใช้รหัสผิดแม้แค่นิดเดียว ผลลัพธ์คือ

  • ภาษีเปลี่ยน

  • ต้องแก้เอกสาร

  • ของโดนพักไว้ที่ด่าน

  • เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา

มือใหม่พลาดจุดนี้เยอะมาก เพราะคิดว่า “ของคล้ายๆ กัน ใช้รหัสเดียวกันได้”


3. เอกสารนำเข้าไม่ครบ หรือไม่ตรงกัน

เอกสารที่มักมีปัญหา เช่น

  • Invoice ไม่ตรงกับ Packing List

  • รายละเอียดสินค้าไม่ชัด

  • ชื่อผู้ส่ง/ผู้รับไม่ตรง

  • น้ำหนัก จำนวน หรือมูลค่าคลาดเคลื่อน

พอเอกสารมีปัญหา
→ ด่านไม่ปล่อยของ
→ ต้องแก้เอกสาร
→ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแบบเลี่ยงไม่ได้


4. เลือกรูปแบบขนส่งไม่เหมาะกับสินค้า

บางสินค้า ขนทางรถถูกกว่าเรือ แต่เสี่ยงกว่า
บางสินค้า ควรเข้าทางประเทศเพื่อนบ้านก่อน ไม่ใช่เข้าตรง

ถ้าเลือกเส้นทางผิด

  • โดนตรวจหนัก

  • ดีเลย์

  • ค่าเก็บของบานปลาย


5. ไม่มีคนดูแลหน้างานจริง

หลายคนคิดว่า

“แค่หารถรับของได้ก็พอ”

แต่ความจริงคือ ถ้าไม่มีทีมที่เข้าใจขั้นตอนศุลกากรจริง
พอเกิดปัญหา จะไม่มีใครรับหน้าแก้
สุดท้ายคนจ่ายคือเจ้าของสินค้า


แล้วป้องกันยังไงไม่ให้โดนเรียกเก็บเพิ่ม?

วางแผนต้นทุน “ก่อน” สั่งของ

อย่าดูแค่ราคาหน้าโรงงาน
ต้องคิดครบตั้งแต่

  • ภาษี

  • ค่าดำเนินการ

  • ความเสี่ยงที่อาจเกิด


ใช้บริษัทที่รู้เส้นทาง ไม่ใช่แค่รับขน

ตรงนี้แหละที่ CTM Manage Intertrade เข้ามามีบทบาท

CTM ไม่ได้แค่ “ขนของให้ถึง”
แต่ช่วยดูตั้งแต่

  • วิเคราะห์ประเภทสินค้า

  • ประเมินภาษีล่วงหน้า

  • เลือกเส้นทางนำเข้าที่เหมาะ

  • เตรียมเอกสารให้ตรงตั้งแต่ต้น

ผลลัพธ์คือ

ของถึงไว
ต้นทุนไม่บาน
ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงทีหลัง


มีทางเลือกมากกว่าแค่จีน

ช่วงที่ตลาดจีนติดวันหยุดยาว หรือด่านหนาแน่น
CTM ยังมีเครือข่ายนำเข้า–ส่งออกใน
ไทย, มาเลเซีย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา และจีน

ช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่ต้องหยุดธุรกิจเพราะด่านเดียว


สรุปแบบคนทำธุรกิจต้องรู้

การโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง
ไม่ใช่เรื่องดวง
แต่เกิดจาก “ข้อมูลไม่ครบ + วางแผนไม่ดี”

ถ้าคุณกำลังเริ่มนำเข้าสินค้า หรือเคยเจ็บมาแล้ว
การมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจเกมโลจิสติกส์จริง
ช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด

และถ้าคุณอยากนำเข้าแบบ

รู้ต้นทุนก่อน
คุมงบได้
ของไม่ติดด่าน

การทำงานกับทีมที่ดูแลครบแบบ CTM Manage Intertrade
คือทางเลือกที่ทำให้การนำเข้า “ง่ายกว่าที่เคย”

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...