นำเข้าสินค้าแล้วโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง เกิดจากอะไร?
นำเข้าสินค้าแล้วโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง เกิดจากอะไร?
รู้ทันก่อนเจ็บจริง สำหรับคนทำธุรกิจนำเข้า
หนึ่งในปัญหาที่คนทำธุรกิจนำเข้าสินค้าเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะสาย นำเข้าสินค้าจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน คือ
“ตอนตกลงราคาคุยกันไว้ดีหมดแล้ว แต่พอของถึงด่าน ดันมีค่าใช้จ่ายโผล่มาเพิ่ม”
คำถามคือ…
เงินเพิ่มพวกนี้มาจากไหน? ใครผิด? ป้องกันยังไงได้บ้าง?
บทความนี้จะไล่ให้ฟังแบบชัดๆ ทีละจุด เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียค่าโง่อีกรอบ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่มักโผล่ตอนของถึงด่าน มีอะไรบ้าง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การนำเข้าสินค้าไม่ได้มีแค่ “ค่าสินค้า + ค่าขนส่ง” อย่างที่หลายคนคิด
ค่าใช้จ่ายที่มักโผล่มาทีหลัง ได้แก่
-
ค่าภาษีนำเข้าและ VAT ที่ประเมินสูงกว่าที่คาด
-
ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร
-
ค่าเก็บตู้ ค่าฝากของ ค่าดีเลย์ (Demurrage / Storage)
-
ค่าตรวจเอกสาร ค่าตรวจสินค้าเพิ่มเติม
-
ค่าแก้เอกสารย้อนหลัง
ปัญหาคือ… หลายคนไม่รู้ล่วงหน้า หรือไม่มีใครบอกให้ครบตั้งแต่แรก
สาเหตุหลักที่ทำให้โดนเรียกเก็บเงินเพิ่ม
1. ประเมินภาษีผิดตั้งแต่ต้น
สินค้าหลายประเภท ไม่ได้คิดภาษีตามราคาซื้อจริง
แต่ศุลกากรอาจอิง “ราคากลาง” หรือ “ราคาประเมิน”
ถ้าคุณแจ้งราคาต่ำเกินจริง
→ โดนเรียกปรับ + ประเมินใหม่
→ ค่าใช้จ่ายพุ่งทันที
2. พิกัดศุลกากร (HS Code) ไม่ตรง
HS Code คือหัวใจของภาษีนำเข้า
ถ้าใช้รหัสผิดแม้แค่นิดเดียว ผลลัพธ์คือ
-
ภาษีเปลี่ยน
-
ต้องแก้เอกสาร
-
ของโดนพักไว้ที่ด่าน
-
เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา
มือใหม่พลาดจุดนี้เยอะมาก เพราะคิดว่า “ของคล้ายๆ กัน ใช้รหัสเดียวกันได้”
3. เอกสารนำเข้าไม่ครบ หรือไม่ตรงกัน
เอกสารที่มักมีปัญหา เช่น
-
Invoice ไม่ตรงกับ Packing List
-
รายละเอียดสินค้าไม่ชัด
-
ชื่อผู้ส่ง/ผู้รับไม่ตรง
-
น้ำหนัก จำนวน หรือมูลค่าคลาดเคลื่อน
พอเอกสารมีปัญหา
→ ด่านไม่ปล่อยของ
→ ต้องแก้เอกสาร
→ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแบบเลี่ยงไม่ได้
4. เลือกรูปแบบขนส่งไม่เหมาะกับสินค้า
บางสินค้า ขนทางรถถูกกว่าเรือ แต่เสี่ยงกว่า
บางสินค้า ควรเข้าทางประเทศเพื่อนบ้านก่อน ไม่ใช่เข้าตรง
ถ้าเลือกเส้นทางผิด
-
โดนตรวจหนัก
-
ดีเลย์
-
ค่าเก็บของบานปลาย
5. ไม่มีคนดูแลหน้างานจริง
หลายคนคิดว่า
“แค่หารถรับของได้ก็พอ”
แต่ความจริงคือ ถ้าไม่มีทีมที่เข้าใจขั้นตอนศุลกากรจริง
พอเกิดปัญหา จะไม่มีใครรับหน้าแก้
สุดท้ายคนจ่ายคือเจ้าของสินค้า
แล้วป้องกันยังไงไม่ให้โดนเรียกเก็บเพิ่ม?
วางแผนต้นทุน “ก่อน” สั่งของ
อย่าดูแค่ราคาหน้าโรงงาน
ต้องคิดครบตั้งแต่
-
ภาษี
-
ค่าดำเนินการ
-
ความเสี่ยงที่อาจเกิด
ใช้บริษัทที่รู้เส้นทาง ไม่ใช่แค่รับขน
ตรงนี้แหละที่ CTM Manage Intertrade เข้ามามีบทบาท
CTM ไม่ได้แค่ “ขนของให้ถึง”
แต่ช่วยดูตั้งแต่
-
วิเคราะห์ประเภทสินค้า
-
ประเมินภาษีล่วงหน้า
-
เลือกเส้นทางนำเข้าที่เหมาะ
-
เตรียมเอกสารให้ตรงตั้งแต่ต้น
ผลลัพธ์คือ
ของถึงไว
ต้นทุนไม่บาน
ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงทีหลัง
มีทางเลือกมากกว่าแค่จีน
ช่วงที่ตลาดจีนติดวันหยุดยาว หรือด่านหนาแน่น
CTM ยังมีเครือข่ายนำเข้า–ส่งออกใน
ไทย, มาเลเซีย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา และจีน
ช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่ต้องหยุดธุรกิจเพราะด่านเดียว
สรุปแบบคนทำธุรกิจต้องรู้
การโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตอนของถึง
ไม่ใช่เรื่องดวง
แต่เกิดจาก “ข้อมูลไม่ครบ + วางแผนไม่ดี”
ถ้าคุณกำลังเริ่มนำเข้าสินค้า หรือเคยเจ็บมาแล้ว
การมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจเกมโลจิสติกส์จริง
ช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด
และถ้าคุณอยากนำเข้าแบบ
รู้ต้นทุนก่อน
คุมงบได้
ของไม่ติดด่าน
การทำงานกับทีมที่ดูแลครบแบบ CTM Manage Intertrade
คือทางเลือกที่ทำให้การนำเข้า “ง่ายกว่าที่เคย”

