MOQ คืออะไร สำคัญกับต้นทุนการนำเข้าสินค้าแค่ไหน?
News 11 February 2026 Tar

MOQ คืออะไร สำคัญกับต้นทุนการนำเข้าสินค้าแค่ไหน?


MOQ คืออะไร สำคัญกับต้นทุนการนำเข้าสินค้าแค่ไหน?

ถ้าคุณเคยคุยกับโรงงานจีน หรือซัพพลายเออร์ต่างประเทศ แล้วเจอประโยคประมาณนี้

“สินค้านี้มี MOQ นะ”

แต่ในหัวกลับคิดว่า
“MOQ คืออะไร ทำไมต้องกำหนด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับต้นทุน?”

บอกเลยว่า MOQ เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญมากของการนำเข้าสินค้า และเป็นจุดที่ทำให้หลายธุรกิจ

  • ต้นทุนบาน

  • สต๊อกล้น

  • หรือพลาดตั้งแต่ยังไม่เริ่มขาย

บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไปทำความเข้าใจเรื่อง MOQ แบบไม่วิชาการ ไม่ซับซ้อน และเชื่อมโยงให้เห็นชัด ๆ ว่า MOQ ส่งผลกับต้นทุนจริงยังไง


MOQ คืออะไร?

MOQ (Minimum Order Quantity) คือ

“จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำที่โรงงานหรือซัพพลายเออร์กำหนดไว้”

เช่น

  • MOQ = 100 ชิ้น

  • MOQ = 500 ชิ้น

  • MOQ = 1,000 ชิ้น

หมายความว่า ต่อให้คุณอยากสั่งแค่ 10 ชิ้น
ก็ต้องสั่งขั้นต่ำตามที่เขากำหนด ไม่งั้นโรงงานไม่รับผลิตหรือไม่ขาย



ทำไมโรงงานถึงต้องมี MOQ?

ในมุมของโรงงาน MOQ ไม่ได้ตั้งมาแกล้งลูกค้า แต่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตโดยตรง เช่น

  • ค่าเซ็ตเครื่องจักร

  • ค่าวัตถุดิบ

  • ค่าแรง

  • เวลาในการผลิต

ถ้าสั่งน้อยเกินไป โรงงานแทบไม่มีกำไร หรืออาจขาดทุน
ดังนั้นการตั้ง MOQ คือการ “คุมต้นทุนฝั่งโรงงาน”

แต่ปัญหาคือ…
ต้นทุนฝั่งโรงงาน ≠ ต้นทุนฝั่งผู้นำเข้า



MOQ เกี่ยวอะไรกับต้นทุนการนำเข้า?

หลายคนเข้าใจผิดว่า MOQ มีผลแค่ “จำนวนของ”
แต่ในความจริง MOQ กระทบต้นทุนหลายจุดมาก

1. MOQ ทำให้ต้นทุนจมตั้งแต่ยังไม่ขาย

ถ้าโรงงานกำหนด MOQ 1,000 ชิ้น
แปลว่าคุณต้องจ่ายเงินค่าสินค้า 1,000 ชิ้นทันที

ไม่ว่าคุณจะขายได้เร็วหรือขายช้า
เงินก้อนนี้จะ “จม” อยู่ในสต๊อก

สำหรับธุรกิจที่ทุนยังไม่หนา
ตรงนี้คือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ


2. MOQ ส่งผลต่อค่าขนส่งโดยตรง

ยิ่งสั่งเยอะ

  • น้ำหนักเพิ่ม

  • ปริมาตรเพิ่ม

  • ค่าขนส่งเพิ่ม

ถ้าคำนวณไม่ดี บางกรณี
ต้นทุนค่าขนส่ง + ภาษี + ค่าใช้จ่ายอื่น
อาจสูงกว่ากำไรที่คิดไว้ตอนแรก

CTM Manage Intertrade เจอลูกค้ามาแล้วหลายราย
ที่เห็นราคาหน้าโรงงานถูก
แต่ลืมคำนวณต้นทุนรวมจาก MOQ จริง


3. MOQ มีผลต่อราคาต่อชิ้น (Cost per Unit)

ข้อดีของ MOQ คือ
ยิ่งสั่งมาก ราคาต่อชิ้นมักถูกลง

แต่ต้องถามตัวเองให้ชัดว่า

  • ราคาต่อชิ้นถูกลง

  • กับความเสี่ยงสต๊อกค้าง
    อะไรหนักกว่ากัน?

บางธุรกิจเลือกของถูก
แต่สุดท้ายขายไม่ทัน
ต้นทุนจริงกลับแพงกว่าสั่งน้อย



MOQ สูง = ต้นทุนต่ำ จริงไหม?

คำตอบคือ ไม่เสมอไป

ในเชิงตัวเลข
MOQ สูง → ราคาต่อชิ้นถูก
แต่ในเชิงธุรกิจ
MOQ สูง → ความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

ต้นทุนที่หลายคนมองไม่เห็นคือ

  • ค่าคลังสินค้า

  • ค่าเสื่อมของสินค้า

  • เงินหมุนที่หายไป

  • โอกาสทางธุรกิจที่ทำไม่ได้เพราะเงินจม

CTM Manage Intertrade มองว่า
ต้นทุนที่แท้จริง = ต้นทุนที่ควบคุมได้



มือใหม่ควรจัดการกับ MOQ ยังไงดี?

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้านำเข้า CTM ขอแนะนำแนวคิดง่าย ๆ

1. อย่ามองแค่ MOQ ให้มอง “ยอดขายต่อเดือน”

ถ้าคุณขายได้เดือนละ 200 ชิ้น
แต่ MOQ = 1,000 ชิ้น
แปลว่าสต๊อกจะค้างอย่างน้อย 5 เดือน

ถามตัวเองให้ชัดว่า
คุณรับไหวไหม?


2. ต่อรอง MOQ ได้ ไม่ใช่ทุกโรงงานจะตายตัว

หลายโรงงานสามารถ

  • ลด MOQ

  • ปรับราคา

  • หรือรับล็อตทดลอง

โดยเฉพาะถ้ามีบริษัทนำเข้าเป็นตัวกลางช่วยเจรจา

CTM Manage Intertrade มักช่วยลูกค้าต่อรองเงื่อนไข
เพื่อให้เหมาะกับขนาดธุรกิจจริง


3. ใช้กลยุทธ์ “ทดลองก่อน ขยายทีหลัง”

แนวทางที่ปลอดภัยคือ

  • เริ่มจาก MOQ ต่ำหรือใกล้เคียงขั้นต่ำ

  • ดูตลาด ดูฟีดแบ็กลูกค้า

  • ค่อยสั่งล็อตใหญ่เมื่อมั่นใจ

วิธีนี้อาจไม่ถูกที่สุด
แต่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในระยะยาว



MOQ กับการเลือกวิธีนำเข้า มีผลแค่ไหน?

MOQ ยังเชื่อมโยงกับรูปแบบการขนส่งโดยตรง

  • MOQ ต่ำ → เหมาะกับแชร์ตู้ (LCL)

  • MOQ สูง → อาจคุ้มกว่าถ้าใช้ตู้เต็ม (FCL)

ถ้าเลือกผิด
ต้นทุนค่าขนส่งอาจกลบกำไรทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่ CTM Manage Intertrade
จะช่วยประเมินตั้งแต่
MOQ + วิธีขนส่ง + ต้นทุนรวม
ก่อนลูกค้าตัดสินใจสั่งจริง


สรุป: MOQ ไม่ได้น่ากลัว ถ้าเข้าใจมันจริง ๆ

MOQ ไม่ใช่ศัตรูของผู้นำเข้า
แต่มันคือ “ตัวกรองความพร้อมของธุรกิจ”

ถ้าคุณ

  • เข้าใจต้นทุนรวม

  • วางแผนเงินสดดี

  • เลือก MOQ ให้เหมาะกับยอดขาย

MOQ จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยลดต้นทุน
ไม่ใช่กับดักทำให้ธุรกิจสะดุด

CTM Manage Intertrade เชื่อว่า
การนำเข้าที่ดี ไม่ใช่การสั่งของให้ถูกที่สุด
แต่คือการสั่งของในปริมาณที่ “ธุรกิจคุณรับไหว และโตต่อได้จริง”

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...