บทบาทของบริษัทนำเข้า–ส่งออก ต่อ SME ไทย สำคัญแค่ไหนในยุคนี้?

บทบาทของบริษัทนำเข้า–ส่งออก ต่อ SME ไทย สำคัญแค่ไหนในยุคนี้?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ SME ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ
ต้นทุนสูงขึ้น
คู่แข่งเพิ่มขึ้น
ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น
หลายธุรกิจเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น
-
การนำเข้าสินค้ามาขาย
-
การหาวัตถุดิบราคาดีจากต่างประเทศ
-
หรือการส่งออกสินค้าไทยไปต่างตลาด
แต่ความจริงที่หลายคนเจอคือ
“อยากทำ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน และกลัวพลาด”
ตรงนี้เองที่ บริษัทนำเข้า–ส่งออก เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ SME ไทยมากกว่าที่หลายคนคิด

SME ไทย กับความท้าทายด้านการค้าระหว่างประเทศ
สำหรับ SME การก้าวออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องภาษา หรือการติดต่อโรงงาน
แต่ยังมีรายละเอียดซับซ้อนอีกมาก เช่น
-
เอกสารนำเข้า–ส่งออก
-
กฎหมายและภาษี
-
ขั้นตอนศุลกากร
-
ระบบขนส่งระหว่างประเทศ
-
ความเสี่ยงเรื่องของหาย ของเสียหาย
หลายธุรกิจพลาดตั้งแต่ครั้งแรก
ไม่ใช่เพราะสินค้าไม่ดี
แต่เพราะ ระบบไม่พร้อม

บริษัทนำเข้า–ส่งออก ทำหน้าที่มากกว่า “ขนของ”
ภาพจำของหลายคนคือ บริษัทนำเข้า–ส่งออก = คนขนของ
แต่ในความเป็นจริง บทบาทของบริษัทเหล่านี้ โดยเฉพาะบริษัทที่ดูแลครบวงจร มีมากกว่านั้นมาก
1. เป็นที่ปรึกษาด้านต้นทุนให้ SME
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ SME คือ “คุมต้นทุนไม่ได้”
เพราะไม่รู้ต้นทุนจริงของการนำเข้า–ส่งออก
CTM Manage Intertrade ทำหน้าที่ช่วยประเมินตั้งแต่
-
ราคาสินค้า
-
MOQ
-
วิธีขนส่งที่เหมาะสม
-
ภาษีและค่าใช้จ่ายแฝง
เพื่อให้ SME เห็นภาพต้นทุนจริงก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่มารู้ทีหลังตอนของถึงแล้ว
2. ลดความเสี่ยงจากความไม่รู้
หลายความเสี่ยงของ SME ไม่ได้เกิดจากดวง
แต่เกิดจาก “ไม่รู้”
เช่น
-
เลือกแชร์ตู้โดยไม่รู้เงื่อนไข
-
ไม่เข้าใจ Incoterms
-
ไม่รู้ว่าสินค้าต้องขอใบอนุญาต
บริษัทนำเข้า–ส่งออกที่มีประสบการณ์ จะช่วยกรองความเสี่ยงเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง
3. เชื่อม SME ไทย กับตลาดโลก
สำหรับ SME ไทยที่อยากส่งออก
การหาคู่ค้า
การจัดเอกสาร
และการขนส่ง
คืออุปสรรคใหญ่
บทบาทของบริษัทอย่าง CTM Manage Intertrade คือ
การเป็น “ตัวกลางที่เข้าใจทั้งสองฝั่ง”
ทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ
ทำให้ SME โฟกัสกับการพัฒนาสินค้าและการขายได้เต็มที่

ทำไม SME ไทยควรใช้บริษัทนำเข้า–ส่งออก ตั้งแต่ระยะแรก?
หลายธุรกิจเลือกทำเองทุกอย่างเพื่อประหยัด
แต่สุดท้ายกลับเสียมากกว่าได้
1. ประหยัดเวลา = ประหยัดต้นทุน
เวลาของเจ้าของธุรกิจมีค่า
การเสียเวลาแก้ปัญหาเอกสารหรือของติดด่าน
คือโอกาสที่หายไป
บริษัทนำเข้า–ส่งออกช่วยให้ SME ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถนัด
คือ การขายและการตลาด
2. ลดต้นทุนจากความผิดพลาด
การทำผิดครั้งเดียว เช่น
-
สำแดงเอกสารผิด
-
เลือก HS Code ไม่ตรง
-
คำนวณภาษีพลาด
ค่าเสียหายอาจมากกว่าค่าบริการหลายเท่า
3. วางรากฐานให้ธุรกิจโตได้จริง
ธุรกิจที่คิดไกล
จะไม่มองแค่ “นำเข้าครั้งเดียว”
แต่จะมองถึงระบบในระยะยาว
CTM Manage Intertrade ช่วยวางโครงสร้างการนำเข้า–ส่งออก
ให้ SME โตต่อได้ ไม่สะดุดเมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น

บทบาทของ CTM Manage Intertrade ต่อ SME ไทย
CTM Manage Intertrade ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ให้บริการ
แต่เป็น “พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ” ของ SME ไทย
บทบาทหลักที่เรายึดถือคือ
-
ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา
-
ไม่ขายถูกอย่างเดียว แต่ขายความเหมาะสม
-
อธิบายทุกความเสี่ยงก่อนลูกค้าตัดสินใจ
-
ดูแลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
เป้าหมายคือให้ SME ไทย
นำเข้าได้อย่างมั่นใจ และส่งออกได้อย่างยั่งยืน
SME ไทยจะเลือกบริษัทนำเข้า–ส่งออกยังไงดี?
ก่อนตัดสินใจ ควรถามตัวเองและผู้ให้บริการให้ชัดว่า
-
รับผิดชอบถึงขั้นไหน
-
มีประสบการณ์กับสินค้าประเภทเดียวกันหรือไม่
-
อธิบายต้นทุนและความเสี่ยงตรงไปตรงมาหรือเปล่า
บริษัทที่ดี
จะไม่รับทุกงาน
แต่จะรับงานที่เหมาะกับลูกค้า
สรุป: บริษัทนำเข้า–ส่งออก คือฟันเฟืองสำคัญของ SME ไทย
ในยุคที่การแข่งขันสูง
SME ไทยไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง
แต่ควรเลือกพาร์ตเนอร์ที่เก่งในสิ่งที่เราไม่ถนัด
บริษัทนำเข้า–ส่งออกที่มีระบบและประสบการณ์
จะช่วยให้ SME
-
ลดความเสี่ยง
-
คุมต้นทุน
-
ขยายตลาดได้เร็วขึ้น
CTM Manage Intertrade เชื่อว่า
ถ้า SME ไทยแข็งแรง
เศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน