เริ่มนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง ดีจริงหรือเสี่ยงกว่า?
News 11 February 2026 Tar

เริ่มนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง ดีจริงหรือเสี่ยงกว่า?

เริ่มนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง ดีจริงหรือเสี่ยงกว่า?

ในยุคที่ใคร ๆ ก็สั่งของจากต่างประเทศได้ง่ายขึ้น หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า

“ถ้านำเข้าเองเลย ไม่ผ่านชิปปิ้ง จะประหยัดกว่ามั้ย?”
“ทำเองได้หรือเปล่า?”
“จำเป็นต้องใช้บริษัทนำเข้า–ส่งออกจริงไหม?”

โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจ SME หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน หลายคนอยากลองทำเองทั้งหมด เพราะคิดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

แต่คำถามสำคัญคือ
มันคุ้มจริง หรือเสี่ยงมากกว่าที่คิด?

บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไล่ดูแบบชัด ๆ ว่า การนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้งมีข้อดีอะไร และความเสี่ยงอยู่ตรงไหนบ้าง



การนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง คืออะไร?

พูดง่าย ๆ คือ ผู้นำเข้าติดต่อโรงงานเอง
จัดการเอกสารเอง
ดำเนินพิธีการศุลกากรเอง
เคลียร์ภาษีเอง
รับของเอง

ทั้งหมดทำด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านตัวแทนหรือบริษัทนำเข้า–ส่งออก

ในทางทฤษฎี มันทำได้
แต่ในทางปฏิบัติ ต้องเข้าใจขั้นตอนทั้งหมดอย่างละเอียด



ข้อดีของการนำเข้าเองแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง

ก่อนจะพูดถึงความเสี่ยง ต้องยอมรับก่อนว่า มีข้อดีจริง

1. ควบคุมทุกขั้นตอนได้เอง

คุณติดต่อโรงงานเอง เจรจาราคาเอง เลือกขนส่งเอง
เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ และเข้าใจระบบดีพอ

2. อาจลดค่าบริการบางส่วน

ถ้าทำถูกต้องทั้งหมด อาจประหยัดค่าดำเนินการบางอย่าง
โดยเฉพาะกรณีสินค้าชัดเจน เอกสารครบ และไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน

3. เรียนรู้ระบบนำเข้าแบบเต็มรูปแบบ

สำหรับบางคน การทำเองคือการเก็บประสบการณ์
เข้าใจขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่…ข้อดีทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณ “รู้จริง”



ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม

จากประสบการณ์ที่ CTM Manage Intertrade ดูแลลูกค้าที่เคยลองทำเองมาก่อน
ปัญหาที่พบบ่อยมีหลายจุด


1. เอกสารผิด = ของติดด่านทันที

การนำเข้าสินค้า ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง เช่น

  • Commercial Invoice

  • Packing List

  • ใบขนสินค้า

  • เอกสารตามประเภทสินค้า

ถ้าข้อมูลผิดเพียงจุดเดียว
ของอาจถูกกักตรวจ
เสียเวลาหลายวัน หรือหลายสัปดาห์
และบางกรณีมีค่าปรับเพิ่ม

สิ่งที่ดูเหมือน “ประหยัดค่าชิปปิ้ง”
อาจกลายเป็นต้นทุนแฝงที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า


2. เลือก HS Code ผิด เสียภาษีเกินจริง

HS Code คือรหัสสินค้าที่ใช้คำนวณภาษีนำเข้า
ถ้าเลือกผิด
อาจโดนคิดภาษีสูงกว่าที่ควรจะเป็น
หรือถูกตรวจสอบย้อนหลัง

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่บริษัทนำเข้า–ส่งออกอย่าง CTM Manage Intertrade
ให้ความสำคัญมาก เพราะมีผลต่อต้นทุนโดยตรง


3. ไม่เข้าใจ Incoterms ทำให้ต้นทุนบาน

คำว่า FOB, CIF, EXW ไม่ได้เป็นแค่ศัพท์เทคนิค
แต่เป็นตัวกำหนดว่า
ใครรับผิดชอบค่าอะไร

ถ้าเข้าใจผิด
คุณอาจต้องจ่ายค่าขนส่งซ้ำซ้อน
หรือรับภาระที่ไม่ควรเป็นของตัวเอง


4. ไม่มีตัวกลางเมื่อเกิดปัญหา

ถ้าเกิดเหตุการณ์ เช่น

  • ของหาย

  • ของเสียหาย

  • เอกสารมีปัญหา

  • ศุลกากรเรียกตรวจ

เมื่อคุณทำเองทั้งหมด
คุณต้องแก้ปัญหาเองทั้งหมดเช่นกัน

แต่ถ้าใช้บริษัทนำเข้า–ส่งออก
จะมีผู้รับผิดชอบและประสานงานให้ชัดเจน



แล้วแบบไหนเหมาะกับใคร?

การนำเข้าเอง เหมาะกับคนที่:

  • มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์

  • เข้าใจขั้นตอนศุลกากร

  • มีทีมงานดูแลเอกสาร

  • รับความเสี่ยงได้

การใช้บริษัทนำเข้า–ส่งออก เหมาะกับ:

  • SME ที่เพิ่งเริ่มต้น

  • ธุรกิจที่ต้องการความมั่นใจ

  • คนที่อยากโฟกัสการขายมากกว่าการจัดการเอกสาร

  • ผู้ที่นำเข้าสินค้ามูลค่าสูง

CTM Manage Intertrade มักแนะนำลูกค้าเสมอว่า
“ถ้ายังไม่ชำนาญ การมีพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ธุรกิจโตได้เร็วกว่า”


ประหยัดวันนี้ แต่เสี่ยงพรุ่งนี้ คุ้มไหม?

หลายคนตัดสินใจจาก “ค่าบริการที่เห็น”
แต่ไม่ได้คำนวณ “ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น”

การนำเข้าไม่ใช่แค่เรื่องขนส่ง
แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ภาษี และระบบที่ต้องแม่นยำ

ถ้าพลาดหนึ่งครั้ง
กำไรหลายเดือนอาจหายไปทันที



บทบาทของ CTM Manage Intertrade ในการช่วยลดความเสี่ยง

ในฐานะบริษัทนำเข้า–ส่งออกที่ดูแลลูกค้า SME ไทยมาอย่างต่อเนื่อง
CTM Manage Intertrade ทำหน้าที่เป็นมากกว่าผู้ดำเนินการเอกสาร

เราให้ความสำคัญกับ

  • การประเมินต้นทุนรวมก่อนสั่งจริง

  • การอธิบายความเสี่ยงตรงไปตรงมา

  • การดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

  • การช่วยแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ของถึง
แต่ให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างมั่นคง



สรุป: นำเข้าเองได้ แต่ต้องรู้ว่ากำลังรับความเสี่ยงอะไร

การนำเข้าแบบไม่ผ่านชิปปิ้ง ไม่ได้ผิด
และไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้

แต่ต้องยอมรับว่า
มันมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น

ถ้าคุณมีประสบการณ์และระบบรองรับ
การทำเองอาจคุ้มค่า

แต่ถ้าคุณยังใหม่กับการนำเข้า
หรือธุรกิจของคุณไม่ควรเสี่ยงกับความผิดพลาด
การมีบริษัทนำเข้า–ส่งออกอย่าง CTM Manage Intertrade
เป็นพาร์ตเนอร์ดูแลให้ครบวงจร
อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...