สั่งผลิตตามตัวอย่าง แต่ของจริงไม่ผ่าน QC
News 11 February 2026 Tar

สั่งผลิตตามตัวอย่าง แต่ของจริงไม่ผ่าน QC


สั่งผลิตตามตัวอย่าง แต่ของจริงไม่ผ่าน QC เกิดจากอะไร และใครควรรับผิดชอบ?

หนึ่งในปัญหาที่ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเจอกันบ่อยมากคือ

“ตอนสั่งตัวอย่างงานดีมาก แต่พอผลิตจริง ของล็อตใหญ่กลับไม่ผ่าน QC”

สีเพี้ยน
วัสดุไม่เหมือนเดิม
งานเย็บไม่เรียบร้อย
สเปคไม่ตรง
หรือบางครั้งคุณภาพตกอย่างชัดเจน

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับมือใหม่เท่านั้น
แม้แต่ธุรกิจที่มีประสบการณ์ก็ยังเคยพลาด

คำถามคือ
มันเกิดจากอะไร?
และควรป้องกันยังไงไม่ให้เสียเงิน เสียเวลา และเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า?

บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไล่ดูแบบตรงไปตรงมา


ทำไมตัวอย่างดี แต่ผลิตจริงไม่เหมือนเดิม?

หลายคนคิดว่าเมื่อโรงงานส่ง “ตัวอย่าง” มาแล้วผ่าน ก็แปลว่าล็อตจริงจะเหมือนกัน 100%

ในความเป็นจริง ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น


1. ตัวอย่างอาจเป็น “งานทำมือ” ไม่ใช่ไลน์ผลิตจริง

โรงงานบางแห่ง ทำตัวอย่างโดยช่างที่มีประสบการณ์สูง
ใช้เวลาเก็บรายละเอียดเต็มที่

แต่พอเข้าสู่ไลน์ผลิตจริง
เป็นแรงงานหลายคน
กระบวนการเร่ง
คุณภาพอาจไม่เท่ากัน


2. วัตถุดิบเปลี่ยนโดยไม่ได้แจ้ง

บางครั้งวัตถุดิบล็อตแรกกับล็อตผลิตจริงไม่เหมือนกัน
เช่น

  • ผ้าเกรดต่างกัน

  • พลาสติกคนละซัพพลายเออร์

  • อุปกรณ์เสริมคุณภาพลดลง

ถ้าไม่ได้ระบุในสัญญาหรือสเปคชัดเจน
โรงงานอาจมองว่า “ใกล้เคียง” ก็ถือว่าใช้ได้


3. ไม่มีเอกสารสเปคละเอียดพอ

หลายธุรกิจสั่งผลิตโดยใช้แค่

  • รูปภาพ

  • ตัวอย่างสินค้า

  • ข้อความสั้น ๆ

แต่ไม่ได้ทำเอกสารกำหนดมาตรฐาน (Specification Sheet) ชัดเจน

ผลคือ เวลาตรวจ QC
แต่ละฝ่ายตีความไม่เหมือนกัน


4. ไม่มีการตรวจสอบก่อนส่งออก

บางกรณีปัญหาไม่ได้เกิดที่โรงงานอย่างเดียว
แต่เกิดจากการที่ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งสินค้าออก

ถ้าของเดินทางมาถึงไทยแล้วค่อยเจอปัญหา
ต้นทุนความเสียหายจะสูงมาก
เพราะต้องแบกรับค่าขนส่งและภาษีไปแล้ว



ถ้าของไม่ผ่าน QC ใครต้องรับผิดชอบ?

คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับข้อตกลงตั้งแต่แรก”

กรณีไม่มีสัญญาชัดเจน

ถ้าสั่งกันแบบไม่ทำเอกสารกำหนดคุณภาพ
การเรียกร้องความรับผิดชอบจะทำได้ยากมาก

โรงงานอาจยืนยันว่า
“สินค้าผลิตตามแบบแล้ว”


กรณีมีสเปคชัดเจนและมีหลักฐาน

ถ้ามี

  • ตัวอย่างที่ลงนามรับรอง

  • เอกสารกำหนดคุณภาพ

  • รูปถ่ายก่อนจัดส่ง

โอกาสเจรจาเคลมจะสูงขึ้นมาก

ตรงนี้คือจุดที่หลาย SME ไทยพลาด
เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก



ผลกระทบถ้าของจริงไม่ผ่าน QC

หลายคนคิดว่าแค่ขายลดราคาเคลียร์สต๊อกก็จบ
แต่ความเสียหายจริงมีมากกว่านั้น

  • เสียต้นทุนการนำเข้า

  • เสียค่าขนส่งระหว่างประเทศ

  • เสียเวลาทำตลาด

  • เสียความเชื่อมั่นลูกค้า

  • เงินทุนจม

โดยเฉพาะถ้าเป็นสินค้าที่ต้องสร้างแบรนด์
คุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ อาจกระทบภาพลักษณ์ระยะยาว



CTM Manage Intertrade ช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ยังไง?

ในฐานะบริษัทนำเข้า–ส่งออกที่ดูแลลูกค้า SME ไทย
CTM Manage Intertrade ไม่ได้ทำแค่เรื่องขนส่ง
แต่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกันปัญหาก่อนของออกจากต้นทาง”

แนวทางที่เราใช้ เช่น

1. แนะนำให้จัดทำเอกสารสเปคชัดเจน

ไม่ใช้แค่คำพูดหรือรูปภาพ
แต่กำหนดรายละเอียดที่วัดผลได้


2. แนะนำการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออก (Pre-shipment Inspection)

การตรวจสินค้าก่อนขึ้นตู้
ช่วยลดความเสี่ยงมหาศาล

ถ้าพบปัญหา ยังแก้ไขที่ต้นทางได้
ไม่ต้องรอของมาถึงไทยแล้วค่อยแก้


3. ประเมินความเสี่ยงตามประเภทสินค้า

สินค้าบางประเภท เช่น

  • เสื้อผ้า

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • สินค้า OEM

มีความเสี่ยงด้าน QC สูง
การวางแผนตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก


จะป้องกันปัญหานี้ยังไงดี?

ถ้าคุณกำลังจะสั่งผลิตจากต่างประเทศ
ควรทำอย่างน้อย 4 อย่างนี้

  1. ทำเอกสารสเปคละเอียด

  2. เก็บตัวอย่างที่ลงนามรับรอง

  3. กำหนดเงื่อนไขคุณภาพในสัญญา

  4. ตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออก

อย่ามองว่าเป็นขั้นตอนยุ่งยาก
เพราะมันถูกกว่าการแก้ปัญหาทีหลังหลายเท่า


สรุป: QC ไม่ใช่เรื่องปลายทาง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง

ปัญหาสั่งผลิตตามตัวอย่าง แต่ของจริงไม่ผ่าน QC
ไม่ได้เกิดจากโชคไม่ดี
แต่มักเกิดจากการเตรียมตัวไม่ครบ

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการผลิต OEM
ต้องมองไกลกว่าแค่ “ราคาถูก”

CTM Manage Intertrade เชื่อว่า
ธุรกิจที่เติบโตได้ระยะยาว
คือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง

เพราะเมื่อสินค้าดีตั้งแต่โรงงาน
การขนส่ง การตลาด และการขาย
ก็จะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...