นำเข้าช่วงโลว์ซีซั่น ดีจริงหรือแค่คิดไปเอง?

นำเข้าช่วงโลว์ซีซั่น ดีจริงหรือแค่คิดไปเอง?
หลายคนในวงการนำเข้า–ส่งออกมักพูดกันว่า
“ถ้าอยากประหยัดต้นทุน ให้นำเข้าช่วงโลว์ซีซั่น”
ฟังดูเหมือนเป็นสูตรลับที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ทันที
แต่คำถามคือ…มันดีจริงทุกกรณีไหม?
หรือนี่เป็นแค่ความเชื่อที่พูดต่อ ๆ กันมา?
ในบทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไปวิเคราะห์แบบตรงไปตรงมา ว่าการนำเข้าสินค้าช่วงโลว์ซีซั่นมีข้อดีอะไร และมีข้อจำกัดอะไรที่ SME ไทยควรรู้ก่อนตัดสินใจ

โลว์ซีซั่นในธุรกิจนำเข้า–ส่งออก คือช่วงไหน?
โดยทั่วไป “โลว์ซีซั่น” ของการขนส่งระหว่างประเทศ มักหมายถึงช่วงที่ปริมาณการส่งออก–นำเข้าลดลง เช่น
-
หลังผ่านช่วงพีคปลายปี
-
หลังเทศกาลใหญ่
-
ช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว
-
บางช่วงหลังตรุษจีน
ตรงข้ามกับช่วง High Season ที่ความต้องการขนส่งสูงมาก เช่น
-
ก่อนเทศกาลปลายปี
-
ก่อนโปรใหญ่ 9.9 / 11.11 / 12.12
-
ก่อนฤดูกาลขายสินค้าเฉพาะทาง
เมื่อความต้องการลดลง ราคาค่าระวางเรือหรือค่าขนส่งบางช่วงจึงมีแนวโน้มลดลงตามกลไกตลาด
ข้อดีของการนำเข้าช่วงโลว์ซีซั่น
1. ค่าขนส่งอาจถูกลง
ในช่วงที่ตู้คอนเทนเนอร์ไม่แน่น
สายเรือหรือผู้ให้บริการขนส่งอาจเสนอราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น
สำหรับธุรกิจที่วางแผนดี
ต้นทุนต่อหน่วยอาจลดลงอย่างชัดเจน
2. ตารางเรือและพื้นที่ตู้ไม่ตึงตัว
ช่วง High Season ปัญหาที่พบบ่อยคือ
-
จองตู้ยาก
-
ตารางเรือแน่น
-
ต้องเลื่อนรอบส่งของ
แต่ในโลว์ซีซั่น การจัดการพื้นที่ตู้มักยืดหยุ่นกว่า
ลดความกังวลเรื่องของตกค้าง
3. โรงงานบางแห่งต่อรองง่ายขึ้น
ในบางอุตสาหกรรม
ช่วงที่คำสั่งผลิตน้อย
โรงงานอาจยอมต่อรอง MOQ หรือเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น
ตรงนี้ช่วย SME ลดความเสี่ยงเรื่องสต๊อกได้

แต่โลว์ซีซั่นไม่ได้ดีเสมอไป
แม้จะมีข้อดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการนำเข้าช่วงโลว์ซีซั่นจะเหมาะกับทุกธุรกิจ
1. ถ้าไม่ใช่ช่วงขายของคุณ ก็อาจไม่คุ้ม
บางธุรกิจมีฤดูกาลขายชัดเจน
เช่น เสื้อกันหนาว อุปกรณ์หน้าร้อน หรือสินค้าช่วงเทศกาล
ถ้าคุณนำเข้าในช่วงโลว์ซีซั่นของตลาดโลก
แต่ดันชนกับโลว์ซีซั่นของยอดขายตัวเอง
เงินทุนอาจจมโดยไม่จำเป็น
2. ราคาค่าขนส่งไม่ได้ถูกเสมอไป
หลายคนเข้าใจว่าโลว์ซีซั่น = ราคาถูกแน่นอน
แต่ความจริง ราคาขนส่งขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
-
ราคาน้ำมัน
-
สถานการณ์เศรษฐกิจโลก
-
ความผันผวนของเส้นทางเดินเรือ
บางช่วงแม้ปริมาณงานลดลง แต่ราคายังสูงอยู่ก็มี
3. สภาพคล่องทางการเงินสำคัญกว่า “จังหวะตลาด”
ต่อให้ต้นทุนถูกลงเล็กน้อย
ถ้าธุรกิจคุณยังไม่พร้อมเรื่องเงินหมุน
การเร่งนำเข้าเพราะเห็นว่าราคาดี
อาจสร้างแรงกดดันทางการเงินในระยะยาว

แล้วควรนำเข้าช่วงไหนถึงจะเหมาะ?
จากประสบการณ์ของ CTM Manage Intertrade การตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่คำว่า “โลว์ซีซั่น” อย่างเดียว
แต่ควรดู 3 ปัจจัยหลักควบคู่กัน
1. โลว์ซีซั่นของตลาดโลก
2. ฤดูกาลขายของธุรกิจคุณ
3. ความพร้อมด้านเงินทุนและคลังสินค้า
ถ้าทั้งสามอย่างสอดคล้องกัน
ช่วงนั้นอาจเป็นจังหวะที่ดีจริง
แต่ถ้าขัดกัน
การรอจังหวะที่เหมาะสมกว่า อาจคุ้มกว่าในระยะยาว

บทบาทของ CTM Manage Intertrade ในการวางแผนนำเข้า
ในฐานะบริษัทนำเข้า–ส่งออกที่ทำงานใกล้ชิดกับ SME ไทย
CTM Manage Intertrade มองว่า
“จังหวะนำเข้าที่ดี ไม่ได้ดูแค่ราคาขนส่ง แต่ต้องดูภาพรวมธุรกิจ”
เรามักช่วยลูกค้าประเมินว่า
-
ควรเร่งนำเข้า หรือทยอยนำเข้า
-
ควรใช้ตู้เต็มหรือแชร์ตู้
-
ควรกระจายความเสี่ยงอย่างไร
เพราะต้นทุนที่คุมได้จริง
ไม่ใช่แค่ค่าระวางเรือ
แต่คือความสมดุลของทั้งระบบ
สรุป: โลว์ซีซั่นดีจริง แต่ต้องดีในจังหวะที่ใช่
การนำเข้าช่วงโลว์ซีซั่น ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง
มีข้อดีจริงในหลายสถานการณ์
แต่ไม่ใช่คำตอบตายตัวสำหรับทุกธุรกิจ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ
การเข้าใจจังหวะของตลาด
เข้าใจจังหวะของธุรกิจตัวเอง
และมีพาร์ตเนอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ภาพรวมได้
CTM Manage Intertrade เชื่อว่า
การนำเข้าที่ดี ไม่ใช่แค่เลือกช่วงที่ราคาถูก
แต่คือการเลือกช่วงที่ “ธุรกิจคุณพร้อมที่สุด”
