ใช้ชิปปิ้งผิดเจ้า เสียหายมากกว่าที่คิด
News 12 February 2026 Tar

ใช้ชิปปิ้งผิดเจ้า เสียหายมากกว่าที่คิด


ใช้ชิปปิ้งผิดเจ้า เสียหายมากกว่าที่คิด

เวลาเริ่มนำเข้าสินค้าจากจีน สิ่งที่หลายคนโฟกัสอันดับแรกคือ “ค่าขนส่งเท่าไหร่?”

ใครเสนอราคาถูกกว่า ก็มักจะได้งานไป

แต่ความจริงคือ
การเลือกชิปปิ้งไม่ใช่แค่เรื่องราคา
เพราะถ้าเลือกผิดเจ้า ความเสียหายที่ตามมาอาจมากกว่าที่คิดไว้หลายเท่า

บทความนี้ CTM Manage Intertrade อยากชวนมองให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจเลือกพาร์ตเนอร์นำเข้า–ส่งออก



ชิปปิ้งคือใคร? ทำหน้าที่อะไรจริง ๆ

หลายคนเข้าใจว่า ชิปปิ้งคือแค่ “คนจองเรือ”

แต่จริง ๆ แล้ว หน้าที่ของบริษัทนำเข้า–ส่งออกครอบคลุมมากกว่านั้น เช่น

  • ตรวจเอกสารก่อนยื่นศุลกากร

  • จัดการเรื่องพิกัดภาษี (HS Code)

  • ประเมินความเสี่ยงด้านใบอนุญาต

  • ประสานงานกับโกดัง สายเรือ และศุลกากร

  • แก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ถ้าชิปปิ้งขาดประสบการณ์
หรือทำงานแบบเร่งรีบ
ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่



ความเสียหายที่มักเกิดเมื่อเลือกผิดเจ้า

1. เอกสารผิด พิกัดผิด ภาษีบาน

การเลือก HS Code ผิด อาจทำให้

  • เสียภาษีมากเกินจำเป็น

  • หรือโดนประเมินใหม่ย้อนหลัง

  • บางกรณีมีค่าปรับเพิ่ม

หลายธุรกิจคิดว่าประหยัดค่าขนส่งไปหลักพัน
แต่ต้องมาจ่ายภาษีเพิ่มหลักหมื่น


2. ของติดด่าน เพราะไม่เตรียมใบอนุญาต

บางสินค้าต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า
ถ้าชิปปิ้งไม่แจ้งล่วงหน้า

ของอาจติดท่า
เสียค่า Demurrage และค่า Storage เพิ่มทุกวัน

ความล่าช้า 4–5 วัน
อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้วางแผน


3. ไม่มีการติดตามสถานะจริงจัง

ชิปปิ้งบางเจ้ารับงานจำนวนมาก
แต่ไม่มีระบบติดตามที่ชัดเจน

ลูกค้าต้องโทรตามเอง
ไม่รู้รอบเรือแน่นอน
ไม่รู้วันของเข้า
ไม่รู้วันปล่อยของ

ธุรกิจที่ต้องวางแผนสต๊อกและโปรโมชัน
จะได้รับผลกระทบทันที


4. แก้ปัญหาไม่ทันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เช่น

  • เรือดีเลย์

  • ตู้ตกค้าง

  • สินค้าส่งผิดโกดัง

  • เอกสารมีปัญหา

ถ้าชิปปิ้งไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีเครือข่าย
การแก้ไขจะช้า
และต้นทุนจะตกอยู่ที่ผู้นำเข้าเต็ม ๆ


5. ราคาถูก แต่มีค่าใช้จ่ายแฝง

บางครั้งราคาที่เสนออาจดูถูกมาก
แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง เช่น

  • ค่าดำเนินการพิเศษ

  • ค่าประสานงาน

  • ค่าปรับเอกสาร

  • ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้แจ้งตั้งแต่ต้น

สุดท้ายต้นทุนรวมสูงกว่าที่คิดไว้



ผลกระทบที่มองไม่เห็น แต่กระทบธุรกิจจริง

นอกจากตัวเงิน ยังมีผลกระทบอื่น เช่น

  • เสียความน่าเชื่อถือกับลูกค้า

  • แผนขายสะดุด

  • เงินหมุนเวียนติดขัด

  • เจ้าของธุรกิจต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะโฟกัสยอดขาย

โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ทุกล็อตมีผลกับกระแสเงินสด
ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้แผนทั้งไตรมาสสะดุด




แล้วจะเลือกชิปปิ้งอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ?

CTM Manage Intertrade แนะนำให้พิจารณามากกว่าแค่ราคา

  • มีการตรวจเอกสารก่อนยื่นหรือไม่

  • ให้คำแนะนำเรื่องพิกัดภาษีหรือไม่

  • แจ้งความเสี่ยงล่วงหน้าหรือไม่

  • มีทีมประสานงานชัดเจนหรือไม่

  • ให้ข้อมูลโปร่งใสหรือไม่

การจ่ายเพิ่มเล็กน้อย
แต่ลดความเสี่ยงหลักหมื่นหรือหลักแสน
มักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว


บทบาทของ CTM Manage Intertrade

CTM Manage Intertrade ไม่ได้มองตัวเองแค่ “ผู้จองเรือ”
แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยวางแผนการนำเข้าให้เหมาะกับธุรกิจ

เราให้ความสำคัญกับ

  • การประเมินความเสี่ยงก่อนนำเข้า

  • การตรวจสอบเอกสารละเอียด

  • การแจ้งข้อมูลตรงไปตรงมา

  • การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ

เพราะการนำเข้าไม่ใช่แค่ทำให้ของถึงไทย
แต่ต้องทำให้ถึงอย่างราบรื่น และคุมต้นทุนได้จริง



สรุป: ราคาถูกที่สุด อาจไม่ใช่ต้นทุนที่ถูกที่สุด

การใช้ชิปปิ้งผิดเจ้า
อาจไม่ได้เห็นความเสียหายทันที

แต่เมื่อเกิดปัญหา
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่จะเริ่มปรากฏ

ธุรกิจที่เติบโตระยะยาว
มักเลือกพาร์ตเนอร์จากความน่าเชื่อถือและระบบการทำงาน
ไม่ใช่ดูแค่ราคาหน้ากระดาษ

CTM Manage Intertrade เชื่อว่า
การนำเข้าที่ดี คือการลดความเสี่ยงให้มากที่สุดตั้งแต่ต้นทาง
เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายและขยายธุรกิจได้เต็มที่

ถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทนำเข้า–ส่งออกที่ดูแลครบทุกขั้นตอน
และให้คำแนะนำแบบมืออาชีพ
ทีมงานของเราพร้อมช่วยวางแผนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณตั้งแต่ล็อตแรกจนถึงล็อตถัดไป 🚢📦

 
แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...