เครื่องจักรจากจีน ต้องขออนุญาตอะไรบ้างก่อนนำเข้า?

เครื่องจักรจากจีน ต้องขออนุญาตอะไรบ้างก่อนนำเข้า?
หลายธุรกิจตัดสินใจนำเข้าเครื่องจักรจากจีน เพราะราคาน่าสนใจและมีตัวเลือกหลากหลาย
แต่สิ่งที่หลายคนมักรู้ทีหลังคือ
เครื่องจักรบางประเภท “ไม่สามารถนำเข้าได้ทันที”
ต้องมีใบอนุญาตหรือผ่านการรับรองก่อน
ถ้าเตรียมเอกสารไม่ครบ
ของอาจติดด่าน เสียเวลา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น
บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะสรุปให้ชัดว่า
เครื่องจักรจากจีนต้องขออนุญาตอะไรบ้างก่อนนำเข้า

ก่อนอื่น ต้องดูว่าเครื่องจักรประเภทไหน
คำว่า “เครื่องจักร” ครอบคลุมกว้างมาก เช่น
-
เครื่องจักรผลิตอาหาร
-
เครื่องจักรแพ็กกิ้ง
-
เครื่องจักรงานโลหะ
-
เครื่อง CNC
-
เครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม
-
เครื่องจักรไฟฟ้าแรงสูง
-
เครื่องจักรที่มีหม้อไอน้ำหรือแรงดัน
แต่ละประเภทมีกฎหมายควบคุมไม่เหมือนกัน
ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ระบุประเภทและพิกัดศุลกากร (HS Code) ให้ถูกต้อง”
การระบุพิกัดผิด
อาจทำให้ยื่นเอกสารผิดหน่วยงานตั้งแต่ต้น
CTM Manage Intertrade มักเริ่มจากการช่วยลูกค้าตรวจสอบพิกัดให้ชัดก่อนดำเนินการขั้นตอนถัดไป

ใบอนุญาตที่อาจเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร
1. ใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
เครื่องจักรบางประเภทที่ใช้ในโรงงาน
โดยเฉพาะเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับ
-
แรงดัน
-
ความร้อนสูง
-
หม้อไอน้ำ
-
ถังแรงดัน
อาจต้องแจ้งหรือขออนุญาตกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนใช้งาน
แม้บางกรณีไม่ต้องขอก่อนนำเข้า
แต่ต้องดำเนินการก่อนติดตั้งและใช้งานจริง
2. การรับรองมาตรฐาน มอก.
ถ้าเครื่องจักรมีอุปกรณ์ไฟฟ้า
บางรุ่นอาจเข้าข่ายต้องผ่านมาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
เช่น
-
มอเตอร์ไฟฟ้า
-
สายไฟ
-
ตู้ควบคุมไฟฟ้า
ถ้าเข้าข่ายควบคุม
ต้องมีเอกสารรับรองก่อนนำเข้า
3. ใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
กรณีเครื่องจักรที่ใช้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม หรือยา
อาจต้องมีการแจ้งหรือขออนุญาตเพิ่มเติม
โดยเฉพาะเครื่องจักรที่สัมผัสอาหารโดยตรง
ต้องมีเอกสารรับรองวัสดุที่ปลอดภัย
4. ใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะกรณี
เครื่องจักรบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับ
-
สารเคมี
-
พลังงาน
-
เทคโนโลยีพิเศษ
-
อุปกรณ์สื่อสารบางชนิด
อาจต้องขออนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะทางเพิ่มเติม

แล้วถ้าไม่ขอใบอนุญาตก่อนจะเกิดอะไรขึ้น?
หลายกรณีที่ CTM Manage Intertrade พบคือ
-
ของถึงท่าเรือแล้ว แต่ยื่นปล่อยของไม่ได้
-
ศุลกากรเรียกเอกสารเพิ่ม
-
ต้องส่งเอกสารย้อนหลัง
-
เสียค่าเก็บตู้และค่าฝากท่าเพิ่มทุกวัน
บางครั้งเสียเวลา 1–2 สัปดาห์
ซึ่งสำหรับโรงงานที่รอเครื่องจักรเพื่อเริ่มผลิต นั่นหมายถึงต้นทุนที่สูงมาก

ขั้นตอนที่ควรทำก่อนสั่งซื้อเครื่องจักร
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหน้างาน
ควรทำตามลำดับนี้
-
ขอรายละเอียดสเปคเครื่องจักรจากโรงงานจีน
-
ตรวจสอบพิกัดศุลกากร
-
เช็กว่าต้องขอใบอนุญาตหรือไม่
-
เตรียมเอกสารล่วงหน้าก่อนเรือออก
-
วางแผนเรื่องภาษีนำเข้าและ VAT
การวางแผนก่อนสั่งซื้อ
ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ไขตอนของถึงแล้ว

เรื่องภาษีนำเข้าเครื่องจักร
เครื่องจักรบางประเภทได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า
หรือมีอัตราภาษีต่ำ
แต่บางประเภทมีภาษีนำเข้าปกติ
รวมถึงต้องชำระ VAT 7%
การตีพิกัดผิด
อาจทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร
CTM Manage Intertrade จึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบพิกัดและอัตราภาษีก่อนยื่นทุกครั้ง
เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ในการนำเข้า
โดยทั่วไปจะต้องมี
-
Commercial Invoice
-
Packing List
-
Bill of Lading
-
ใบอนุญาต (ถ้ามี)
-
เอกสารรับรองมาตรฐาน (ถ้าเกี่ยวข้อง)
เครื่องจักรบางรุ่นอาจต้องมีคู่มือภาษาอังกฤษหรือเอกสารเทคนิคแนบเพิ่มเติม
บทบาทของ CTM Manage Intertrade ในการนำเข้าเครื่องจักร
การนำเข้าเครื่องจักรไม่ใช่แค่เรื่องขนส่ง
แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและมาตรฐานหลายด้าน
CTM Manage Intertrade ช่วยลูกค้าในเรื่อง
-
ตรวจสอบพิกัดศุลกากร
-
ประเมินว่าต้องขอใบอนุญาตหรือไม่
-
วางแผนเอกสารล่วงหน้า
-
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
ดูแลกระบวนการปล่อยของจนถึงรับมอบ
เป้าหมายคือทำให้เครื่องจักรถึงไทย
และสามารถนำไปติดตั้งใช้งานได้ตามแผน

อย่าเพิ่งสั่งเครื่องจักร ก่อนเช็กเรื่องใบอนุญาต
เครื่องจักรจากจีนอาจมีราคาที่น่าสนใจ
แต่ถ้าไม่ตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตก่อนนำเข้า
อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มและแผนงานสะดุด
การวางแผนล่วงหน้า
ช่วยให้คุณคุมทั้งต้นทุน เวลา และความเสี่ยงได้ดีกว่า
CTM Manage Intertrade พร้อมช่วยคุณประเมินทุกขั้นตอนก่อนนำเข้า
เพื่อให้เครื่องจักรของคุณเดินทางจากจีนถึงโรงงานในไทยได้อย่างราบรื่น ⚙️🚢