เครื่องจักรจีน vs สั่งผลิตในไทย แบบไหนคุ้มกว่า?

เครื่องจักรจีน vs สั่งผลิตในไทย แบบไหนคุ้มกว่า?
เวลาจะลงทุนเครื่องจักรใหม่ คำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการเจอกันแทบทุกคนคือ
“จะนำเข้าจากจีนดี หรือสั่งผลิตในไทยดี?”
หลายคนมองแค่ “ราคาเครื่อง” เป็นหลัก
แต่ความจริงแล้ว ความคุ้มค่ามันไม่ได้จบแค่ตัวเลขหน้าใบเสนอราคา
บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไล่ดูแบบเป็นระบบ ว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณมากกว่ากัน

1. เปรียบเทียบเรื่อง “ราคาเริ่มต้น”
เครื่องจักรจากจีน
ข้อได้เปรียบหลักคือ
-
ราคาตัวเครื่องมักถูกกว่า 20–50%
-
มีตัวเลือกเยอะมาก
-
แข่งขันกันสูง ทำให้ต่อรองราคาได้
แต่ต้องบวกเพิ่ม:
-
ค่าขนส่ง
-
ภาษีนำเข้า + VAT
-
ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร
-
ค่าเซอร์วิสหรือปรับแต่งในไทย
ราคาถูกจริงไหม?
บางครั้งถูก แต่บางครั้งพอรวมทุกอย่างแล้ว ส่วนต่างอาจไม่ได้มากอย่างที่คิด
เครื่องจักรผลิตในไทย
ข้อดีคือ:
-
ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า
-
ไม่ต้องรอขนส่งทางเรือ 20–30 วัน
-
คุยกับผู้ผลิตได้ตรง ๆ
แต่ราคาเริ่มต้นมักสูงกว่าเครื่องจีน
เพราะต้นทุนแรงงานและวัสดุในไทยสูงกว่า

2. เปรียบเทียบเรื่อง “คุณภาพ”
เครื่องจีน
ปัจจุบันเครื่องจักรจีนมีหลายระดับมาก
-
เกรดประหยัด
-
เกรดกลาง
-
เกรดโรงงานมาตรฐานส่งออก
ปัญหาคือ ถ้าเลือกผิดโรงงาน
อาจได้เครื่องที่วัสดุไม่ทน
หรืออะไหล่หายาก
แต่ถ้าเลือกผู้ผลิตดี ๆ
คุณภาพอาจใกล้เคียงยุโรปในราคาที่ต่ำกว่า
เครื่องผลิตในไทย
ข้อได้เปรียบคือ
-
ปรับแบบได้ตามไลน์ผลิตของคุณ
-
ทีมช่างเข้าแก้ปัญหาได้เร็ว
-
เข้าใจบริบทโรงงานไทย
เหมาะกับงานที่ต้อง Custom เฉพาะทาง

3. เปรียบเทียบเรื่อง “การซ่อมและอะไหล่”
นี่คือจุดที่หลายคนมองข้าม
เครื่องจีน
-
อะไหล่บางตัวต้องสั่งจากจีน
-
ใช้เวลารอ 7–30 วัน
-
ถ้าโรงงานหยุดผลิต = ขาดรายได้ทันที
ถ้าเป็นเครื่องรุ่นยอดนิยม ปัญหาจะน้อยกว่า
แต่ถ้าเป็นรุ่นเฉพาะทาง อาจต้องวางแผนสต็อกอะไหล่เอง
เครื่องผลิตในไทย
-
ติดต่อผู้ผลิตได้โดยตรง
-
ช่างเข้าไซต์งานได้เร็ว
-
ลด Downtime ได้ดีกว่า
สำหรับโรงงานที่ผลิตต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
เรื่องนี้สำคัญมาก

4. เปรียบเทียบเรื่อง “ระยะเวลาคืนทุน”
ถ้าเครื่องจีนราคาถูกกว่า 40%
แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องอะไหล่
แต่ถ้าคุณคำนวณ ROI แล้วคืนทุนเร็วกว่า 1–2 ปี
ก็อาจคุ้ม
แต่ถ้าเครื่องจักรเป็นหัวใจหลักของไลน์ผลิต
หยุดไม่ได้แม้แต่วันเดียว
เครื่องที่บริการเร็วกว่าอาจคุ้มกว่าในระยะยาว

5. ความเสี่ยงที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ
ความเสี่ยงเครื่องจักรจีน
-
เลือก Supplier ผิด
-
ไม่เช็กสเปคละเอียด
-
ไม่ตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้า
-
ประเมินค่าภาษีผิด
หลายกรณีที่ CTM Manage Intertrade พบ
คือซื้อถูก แต่พอของถึงไทยติดด่าน
ต้องเสียค่าเก็บตู้เพิ่มหลายหมื่นบาท
ความเสี่ยงเครื่องผลิตในไทย
-
ราคาสูงเกินงบ
-
ใช้เวลาผลิตนาน
-
ผู้ผลิตรายเล็กอาจขาดมาตรฐานบางด้าน

แล้วแบบไหน “คุ้มกว่า” จริง?
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ”
เหมาะกับเครื่องจีน ถ้า:
-
ต้องการลดต้นทุนเริ่มต้น
-
รับความเสี่ยงได้บ้าง
-
มีทีมช่างดูแลเอง
-
เครื่องไม่ได้เป็นจุดคอขวดหลักของโรงงาน
เหมาะกับเครื่องผลิตในไทย ถ้า:
-
ต้อง Custom สูง
-
ต้องการบริการหลังการขายเร็ว
-
โรงงานหยุดไม่ได้
-
ต้องการความยืดหยุ่นระยะยาว
มุมมองของ CTM Manage Intertrade
จากประสบการณ์ดูแลลูกค้านำเข้าเครื่องจักรจำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้ “คุ้ม” จริง ๆ ไม่ใช่แค่ราคาซื้อ
แต่คือการวางแผนตั้งแต่ก่อนสั่ง
-
ตรวจสอบพิกัดศุลกากร
-
ประเมินภาษีนำเข้า
-
เช็กว่าต้องขอใบอนุญาตหรือไม่
-
คำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนโอนเงิน
เครื่องจีนสามารถคุ้มมาก
ถ้าวางแผนถูก
เครื่องไทยสามารถคุ้มมาก
ถ้าธุรกิจต้องการความเสถียรสูง
สรุปแบบสั้น ๆ
-
ถ้าดูแค่ราคา → เครื่องจีนมักได้เปรียบ
-
ถ้าดูความเสถียรระยะยาว → เครื่องไทยอาจตอบโจทย์
-
ถ้าดูความคุ้มจริง → ต้องคำนวณ “ต้นทุนรวมทั้งหมด”
ก่อนตัดสินใจลงทุนหลักล้าน
การประเมินต้นทุนให้ครบทุกมิติ
สำคัญกว่าความต่างราคาหน้าใบเสนอราคา
หากคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องจักรจากจีน
และอยากประเมินต้นทุนจริงก่อนตัดสินใจ
CTM Manage Intertrade พร้อมช่วยวิเคราะห์ให้ครบทุกขั้นตอน ⚙️🚢