เครื่องจักรจีน vs สั่งผลิตในไทย แบบไหนคุ้มกว่า?
News 12 February 2026 Tar

เครื่องจักรจีน vs สั่งผลิตในไทย แบบไหนคุ้มกว่า?


เครื่องจักรจีน vs สั่งผลิตในไทย แบบไหนคุ้มกว่า?

เวลาจะลงทุนเครื่องจักรใหม่ คำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการเจอกันแทบทุกคนคือ

“จะนำเข้าจากจีนดี หรือสั่งผลิตในไทยดี?”

หลายคนมองแค่ “ราคาเครื่อง” เป็นหลัก
แต่ความจริงแล้ว ความคุ้มค่ามันไม่ได้จบแค่ตัวเลขหน้าใบเสนอราคา

บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะพาไล่ดูแบบเป็นระบบ ว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณมากกว่ากัน



1. เปรียบเทียบเรื่อง “ราคาเริ่มต้น”

เครื่องจักรจากจีน

ข้อได้เปรียบหลักคือ

  • ราคาตัวเครื่องมักถูกกว่า 20–50%

  • มีตัวเลือกเยอะมาก

  • แข่งขันกันสูง ทำให้ต่อรองราคาได้

แต่ต้องบวกเพิ่ม:

  • ค่าขนส่ง

  • ภาษีนำเข้า + VAT

  • ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร

  • ค่าเซอร์วิสหรือปรับแต่งในไทย

ราคาถูกจริงไหม?
บางครั้งถูก แต่บางครั้งพอรวมทุกอย่างแล้ว ส่วนต่างอาจไม่ได้มากอย่างที่คิด


เครื่องจักรผลิตในไทย

ข้อดีคือ:

  • ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

  • ไม่ต้องรอขนส่งทางเรือ 20–30 วัน

  • คุยกับผู้ผลิตได้ตรง ๆ

แต่ราคาเริ่มต้นมักสูงกว่าเครื่องจีน
เพราะต้นทุนแรงงานและวัสดุในไทยสูงกว่า



2. เปรียบเทียบเรื่อง “คุณภาพ”

เครื่องจีน

ปัจจุบันเครื่องจักรจีนมีหลายระดับมาก

  • เกรดประหยัด

  • เกรดกลาง

  • เกรดโรงงานมาตรฐานส่งออก

ปัญหาคือ ถ้าเลือกผิดโรงงาน
อาจได้เครื่องที่วัสดุไม่ทน
หรืออะไหล่หายาก

แต่ถ้าเลือกผู้ผลิตดี ๆ
คุณภาพอาจใกล้เคียงยุโรปในราคาที่ต่ำกว่า


เครื่องผลิตในไทย

ข้อได้เปรียบคือ

  • ปรับแบบได้ตามไลน์ผลิตของคุณ

  • ทีมช่างเข้าแก้ปัญหาได้เร็ว

  • เข้าใจบริบทโรงงานไทย

เหมาะกับงานที่ต้อง Custom เฉพาะทาง



3. เปรียบเทียบเรื่อง “การซ่อมและอะไหล่”

นี่คือจุดที่หลายคนมองข้าม

เครื่องจีน

  • อะไหล่บางตัวต้องสั่งจากจีน

  • ใช้เวลารอ 7–30 วัน

  • ถ้าโรงงานหยุดผลิต = ขาดรายได้ทันที

ถ้าเป็นเครื่องรุ่นยอดนิยม ปัญหาจะน้อยกว่า
แต่ถ้าเป็นรุ่นเฉพาะทาง อาจต้องวางแผนสต็อกอะไหล่เอง


เครื่องผลิตในไทย

  • ติดต่อผู้ผลิตได้โดยตรง

  • ช่างเข้าไซต์งานได้เร็ว

  • ลด Downtime ได้ดีกว่า

สำหรับโรงงานที่ผลิตต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
เรื่องนี้สำคัญมาก



4. เปรียบเทียบเรื่อง “ระยะเวลาคืนทุน”

ถ้าเครื่องจีนราคาถูกกว่า 40%
แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องอะไหล่
แต่ถ้าคุณคำนวณ ROI แล้วคืนทุนเร็วกว่า 1–2 ปี
ก็อาจคุ้ม

แต่ถ้าเครื่องจักรเป็นหัวใจหลักของไลน์ผลิต
หยุดไม่ได้แม้แต่วันเดียว
เครื่องที่บริการเร็วกว่าอาจคุ้มกว่าในระยะยาว



5. ความเสี่ยงที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ

ความเสี่ยงเครื่องจักรจีน

  • เลือก Supplier ผิด

  • ไม่เช็กสเปคละเอียด

  • ไม่ตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้า

  • ประเมินค่าภาษีผิด

หลายกรณีที่ CTM Manage Intertrade พบ
คือซื้อถูก แต่พอของถึงไทยติดด่าน
ต้องเสียค่าเก็บตู้เพิ่มหลายหมื่นบาท


ความเสี่ยงเครื่องผลิตในไทย

  • ราคาสูงเกินงบ

  • ใช้เวลาผลิตนาน

  • ผู้ผลิตรายเล็กอาจขาดมาตรฐานบางด้าน



แล้วแบบไหน “คุ้มกว่า” จริง?

คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ”

เหมาะกับเครื่องจีน ถ้า:

  • ต้องการลดต้นทุนเริ่มต้น

  • รับความเสี่ยงได้บ้าง

  • มีทีมช่างดูแลเอง

  • เครื่องไม่ได้เป็นจุดคอขวดหลักของโรงงาน


เหมาะกับเครื่องผลิตในไทย ถ้า:

  • ต้อง Custom สูง

  • ต้องการบริการหลังการขายเร็ว

  • โรงงานหยุดไม่ได้

  • ต้องการความยืดหยุ่นระยะยาว


มุมมองของ CTM Manage Intertrade

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้านำเข้าเครื่องจักรจำนวนมาก

สิ่งที่ทำให้ “คุ้ม” จริง ๆ ไม่ใช่แค่ราคาซื้อ
แต่คือการวางแผนตั้งแต่ก่อนสั่ง

  • ตรวจสอบพิกัดศุลกากร

  • ประเมินภาษีนำเข้า

  • เช็กว่าต้องขอใบอนุญาตหรือไม่

  • คำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนโอนเงิน

เครื่องจีนสามารถคุ้มมาก
ถ้าวางแผนถูก

เครื่องไทยสามารถคุ้มมาก
ถ้าธุรกิจต้องการความเสถียรสูง


สรุปแบบสั้น ๆ

  • ถ้าดูแค่ราคา → เครื่องจีนมักได้เปรียบ

  • ถ้าดูความเสถียรระยะยาว → เครื่องไทยอาจตอบโจทย์

  • ถ้าดูความคุ้มจริง → ต้องคำนวณ “ต้นทุนรวมทั้งหมด”

ก่อนตัดสินใจลงทุนหลักล้าน
การประเมินต้นทุนให้ครบทุกมิติ
สำคัญกว่าความต่างราคาหน้าใบเสนอราคา

หากคุณกำลังวางแผนนำเข้าเครื่องจักรจากจีน
และอยากประเมินต้นทุนจริงก่อนตัดสินใจ

CTM Manage Intertrade พร้อมช่วยวิเคราะห์ให้ครบทุกขั้นตอน ⚙️🚢

แท็ก: ขนส่งจีน, นำเข้าสินค้า, CTM News
แชร์บทความนี้:
กำลังโหลดเพลง...