HS Code คืออะไร?

HS Code คืออะไร? ทำไมคนทำธุรกิจนำเข้าต้องรู้
หลายคนเริ่มนำเข้าสินค้า
โดยโฟกัสแค่ “ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง”
แต่สิ่งหนึ่งที่กำหนดทุกอย่างตั้งแต่ภาษี ไปจนถึงการขอใบอนุญาต คือ
HS Code
ถ้าใช้ผิด
ต้นทุนอาจพุ่งทันที
หรือแย่กว่านั้น สินค้าอาจติดด่านศุลกากร
บทความนี้ CTM Manage Intertrade จะอธิบายให้เข้าใจแบบไม่ซับซ้อน
HS Code คืออะไร?
HS Code ย่อมาจาก Harmonized System Code
เป็นรหัสสากลสำหรับจัดประเภทสินค้า
ระบบนี้ถูกพัฒนาโดย
องค์การศุลกากรโลก
(World Customs Organization – WCO)
ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกใช้ระบบเดียวกัน
เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าสินค้าแต่ละชนิดคืออะไร

ทำไม HS Code ถึงสำคัญมาก?
เพราะ HS Code เป็นตัวกำหนดว่า:
-
เสียภาษีนำเข้าเท่าไหร่
-
ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่
-
สินค้าเข้าข่าย มอก. หรือ อย. หรือเปล่า
-
มีสิทธิ์ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือไม่
พูดง่าย ๆ คือ
HS Code เป็น “รหัสชะตากรรม” ของสินค้า

โครงสร้างของ HS Code เป็นยังไง?
โดยทั่วไปจะมี 6 หลักแรกเป็นมาตรฐานสากล
แต่แต่ละประเทศอาจขยายเป็น 8–10 หลัก
ตัวอย่างเช่น
-
84 = หมวดเครื่องจักร
-
85 = หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้า
-
94 = เฟอร์นิเจอร์
ยิ่งระบุละเอียดเท่าไร
การคิดภาษียิ่งแม่นยำ

ถ้าตี HS Code ผิด จะเกิดอะไรขึ้น?
นี่คือปัญหาที่พบบ่อยมาก
❌ เสียภาษีเกินจริง
บางพิกัดเสีย 0%
แต่อีกพิกัดเสีย 20%
ถ้าตีผิด อาจจ่ายเกินโดยไม่รู้ตัว
❌ โดนเรียกตรวจเอกสารเพิ่ม
ศุลกากรอาจขอเอกสารเพิ่มเติม
หรือระงับการปล่อยสินค้า
❌ โดนประเมินภาษีย้อนหลัง
ถ้าตรวจพบว่าตีผิด
อาจถูกเรียกเก็บส่วนต่างพร้อมเบี้ยปรับ

ใครเป็นผู้กำหนด HS Code ในไทย?
ในประเทศไทย การจัดเก็บภาษีและควบคุมพิกัด
อยู่ภายใต้การดูแลของ
กรมศุลกากร
ผู้นำเข้ามีหน้าที่สำแดงพิกัดให้ถูกต้อง
แต่ศุลกากรมีสิทธิ์ตรวจสอบและปรับแก้ได้

ทำไมผู้ประกอบการต้องรู้เอง ไม่ใช่ให้ชิปปิ้งจัดการอย่างเดียว?
แม้ว่าชิปปิ้งหรือบริษัทโลจิสติกส์จะช่วยดำเนินการให้
แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นของ “ผู้นำเข้า”
ถ้าเกิดปัญหา
เจ้าของบริษัทคือผู้รับผลกระทบโดยตรง
ดังนั้นอย่างน้อยควรเข้าใจว่า:
-
สินค้าของคุณอยู่หมวดไหน
-
อัตราภาษีกี่เปอร์เซ็นต์
-
มีข้อกำหนดพิเศษหรือไม่

ตัวอย่างความต่างที่หลายคนไม่รู้
สินค้าใกล้เคียงกัน
แต่ HS Code ต่างกัน อัตราภาษีต่างกัน
เช่น
-
เครื่องจักรบางประเภท → ภาษี 0%
-
อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด → ภาษี 10–20%
-
อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ → อาจมีข้อกำหนดเพิ่ม
รายละเอียดเล็ก ๆ
อาจเปลี่ยนต้นทุนทั้งล็อตสินค้า

วิธีลดความเสี่ยงเรื่อง HS Code
ก่อนสั่งของ ควรทำดังนี้:
-
-
ขอสเปคสินค้าแบบละเอียด
-
ตรวจสอบพิกัดล่วงหน้า
-
เช็กอัตราภาษีตามพิกัดนั้น
-
ประเมินต้นทุนรวมก่อนโอนเงิน
-
การวางแผนก่อน 1–2 วัน
ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล

มุมมองจาก CTM Manage Intertrade
ประสบการณ์ที่พบคือ
ผู้ประกอบการจำนวนมากเสียเงินเกินจำเป็น
เพราะไม่ตรวจสอบ HS Code ก่อนสั่งสินค้า
CTM Manage Intertrade จึงให้ความสำคัญกับการ:
-
วิเคราะห์สินค้า
-
ตรวจสอบพิกัด
-
ประเมินภาษีล่วงหน้า
-
ลดความเสี่ยงการติดด่าน
เพราะในธุรกิจนำเข้า
กำไรไม่ได้อยู่ที่ราคาซื้ออย่างเดียว
แต่อยู่ที่การคุมต้นทุนทุกขั้นตอน
สรุป
HS Code คือรหัสที่กำหนดทุกอย่างของการนำเข้า
-
กำหนดภาษี
-
กำหนดใบอนุญาต
-
กำหนดความเสี่ยง
ถ้าคุณทำธุรกิจนำเข้า
การเข้าใจ HS Code ไม่ใช่เรื่องทางเทคนิค
แต่คือพื้นฐานที่ต้องรู้